ห้องข่าวภาคเที่ยง

รายงานพิเศษ : ถึงเวลาลดภาษีคนชั้นกลาง

หลังจากรัฐบาลนำเงินภาษีของประชาชน ไปแจกจ่ายให้ผู้มีรายได้น้อยมาระยะหนึ่ง ก็ถึงคิวข่าวดีของพนักงานออฟฟิศที่ต้องยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกปี เพราะกรมสรรพากรเริ่มศึกษาหาแนวทางช่วยเหลือ "คนชั้นกลาง" ที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว ด้วยการลดภาระภาษีต่าง ๆ ให้
          
แต่ฐานการจัดเก็บภาษีเดิม มีรายการลดหย่อน และยกเว้นภาษีที่เอื้อให้ผู้มีรายได้สูง ได้รับการลดหย่อนมากกว่าคนชั้นกลาง ดังนั้นบางรายการจะต้องถูกยกเลิก ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่ายๆ เพราะต้องศึกษาให้รอบด้าน

จากสถิติของกรมสรรพากร พบว่าปัจจุบันมีผู้ยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณ 11 ล้านคน แต่เสียภาษีจริงเพียง 4 ล้านคน เพราะที่เหลือยังไม่พ้นรายได้ขั้นต่ำ จึงไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งผู้ยื่นเสียภาษีทั้งหมดมีเพียง 15 % ของประชากรของประเทศ

การขยายฐานภาษีของไทยที่น่าจะเร่งศึกษา คือการออกกฎหมายเก็บภาษีให้ครอบคลุมสื่อสังคมออนไลน์ในต่างประเทศ โดยเก็บภาษีจากผู้ประกอบการทุกการจ่ายเงินค่าโฆษณา ซึ่งหลายประเทศเริ่มทำกันแล้ว 

นอกจากนี้ การขยายฐานภาษีจากการจัดเก็บภาษีมรดกและทรัพย์สิน และภาษีที่ดินรกร้าง แม้จะไม่ใช่แหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาล แต่ควรทำ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในประเทศ เพราะการจัดเก็บภาษีเหล่านี้ จะทำให้เกิดการนำที่ดินออกมาใช้ประโยชน์ หรือปล่อยเช่า ส่งผลให้เกิดการจ้างงาน และมีคนชั้นกลางเพิ่มขึ้น

คนชั้นกลาง ถือเป็นประชากรในฝันของหลายประเทศ เพราะเป็นกำลังหลักที่จ่ายเงินภาษี โดยประเทศที่พัฒนาแล้ว จะมีประชากรที่เป็นชนชั้นกลาง 40-50 %

จึงถือเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล เพราะนอกจากต้องหาทางขยายฐานภาษีแล้ว ยังต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่าการจ่ายภาษีคุ้มค่า และเงินภาษีกลับคืนมาดูแลผู้เสียภาษีและครอบครัวได้ เช่น นำเงินภาษีมาสร้างคุณภาพการศึกษาที่ดี สร้างโรงพยาบาลที่มีคุณภาพให้ใช้ได้อย่างเท่าเทียมกัน 
             
อนาคตประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ต่อไปฐานคนชั้นกลางที่เสียภาษีจะลดน้อยลง สวนทางกับจำนวนผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งสวัสดิการสังคมที่มีเพิ่มมากขึ้น หากการปรับโครงสร้างภาษีช้า จะยิ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับลูกหลานในอนาคต