สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ป้ามหาภัยเทียวขอเงิน ยังก่อเหตุไม่เลิก

มีคนโพสต์ข้อความฝากเตือนภัยลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว บอกว่าเจอกับหญิงวัยกลางคน ที่อ้างว่าถูกมิจฉาชีพกรีดกระเป๋า แล้วมาขอเงินเป็นค่ารถกลับบ้าน แต่พอรู้ทันว่าเป็นมิจฉาชีพก็ถูกหญิงคนนี้ด่าทอ แล้วเดินหนีไป เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้เสียหายเป็นรายแรก แต่มีเหตุการณ์ทำนองนี้มาแล้วหลายปี ที่สำคัญดำเนินคดีกับหญิงคนนี้ไม่ได้สักที เป็นเพราะอะไร ไปติดตามจากรายงาน

ลูกน้ำ เป็นนักศึกษาสาวรายล่าสุดที่เจอกับหญิงคนนี้ ในคืนวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังไปเที่ยวที่ตลาดรถไฟ หลังห้างสรรพสินค้าเอสพลานาด รัชดาภิเษก และกำลังจะเดินทางกลับบ้าน ขณะนั้นหญิงวัยกลางคนสูงประมาณ 155-160 เซนติเมตร ก็ได้เข้ามาขอความช่วยเหลือ โดยอ้างว่าตนเองถูกคนร้ายกรีดกระเป๋าสะพาย ทำให้โทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์หายไป ติดต่อกับทางบ้านไม่ได้ แต่เพราะเรื่องราวทำนองนี้เคยเห็นมีคนแชร์เตือนภัยในโซเชียลมีเดียไปหมาด ๆ จึงแนะนำให้หญิงคนดังกล่าวไปแจ้งความกับตำรวจ แต่เมื่อเห็นว่ายังไงก็ไม่ยอมไปแจ้งความ จึงมั่นใจว่าหญิงคนนี้เป็นมิจฉาชีพที่จะมาหลอกลวงตน ไม่ผิดตัว

หลัง ลูกน้ำ โพสต์เรื่องราวนี้ออกไปเพื่อเตือนภัยคนรอบตัว ก็มีผู้ที่เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน ส่งข้อมูลมาให้เป็นการส่วนตัวว่า เคยถูกหลอกอย่างไรบ้าง บางรายบอกว่าเคยถูกหลอกแบบนี้จากฝีมือคน ๆ เดียวกัน ตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว

จากข้อมูลที่มีการแชร์ส่งต่อกันเกี่ยวกับพฤติการณ์ก่อเหตุของหญิงรายนี้ พบว่าเคยก่อเหตุมาแล้วเกือบทั่วกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่จะเน้นไปในพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ตลาดนัดสวนจตุจักร ตลาดย่านห้วยขวางและรัชดาภิเษก สถานีรถไฟฟ้าสยาม ใกล้ห้างเอ็มควอเทียร์ พื้นที่ย่านบางนาและศรีนครินทร์ หรือแม้แต่ในห้างสรรพสินค้า และเคยเกิดขึ้นตามต่างจังหวัดด้วย ทุกครั้งที่หญิงคนนี้จะไปหลอกลวงเหยื่อ ก็มักปรากฏตัวพร้อมถือกระเป๋าใบใหญ่ ถุงผ้า และร่มกันฝน แต่งกายค่อนข้างดี เมื่อเจอเหยื่อจะแสดงท่าทีให้เห็นว่ากำลังตื่นตกใจ มีท่าทีสั่นกลัว บอกว่า ตนเองชื่อ "ยุพาพร" เพิ่งถูกมิจฉาชีพกรีดกระเป๋า จะขอให้ช่วยติดต่อญาติมารับกลับบ้าน เมื่อเหยื่อใจอ่อนช่วยเหลือ ก็จะขอให้ช่วยออกค่ารถให้ก่อน อ้างว่าหากกลับถึงบ้านแล้ว จะให้ญาติโอนเงินคืนมาให้ และมักให้เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อไม่ได้กับเหยื่อ ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น พบว่าส่วนใหญ่จะเสียเงินไปไม่มาก เฉลี่ยคนละ 100-500 บาท ทำให้ไม่มีใครไปแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจ เพราะต่างมองว่าเป็นเรื่องที่เสียเวลา และใช้การโพสต์ข้อความ สร้างเพจ แชร์ข่าว หรือตั้งกระทู้ตามเว็บไซต์ เพื่อเป็นการส่งข่าวเตือนคนอื่นให้ระวังตัวแทน

ซึ่งจากข่าวที่มีคนส่งต่อกัน พบว่าส่วนใหญ่มักเห็นการแจ้งเตือนเกิดขึ้นในช่วงระหว่างปี 2558-2561 ที่เห็นมีการเอาเรื่องอย่างชัดเจน ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดในพื้นที่ สน.ทองหล่อ แต่เนื่องจากผู้ที่ไปแจ้งข้อมูลกับตำรวจไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง ตำรวจจึงทำได้เพียงทำบันทึกประวัติไว้ ก่อนจะปล่อยตัวไป เพื่อป้องกันว่าหากมีคดีที่เกิดขึ้นจากฝีมือของหญิงคนนี้อีก ก็จะออกหมายเรียกมาดำเนินคดีได้ทันที

อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง รองผู้กำกับการปราบปราม สน.ห้วยขวาง ก็ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนไปติดตามตัว นำหญิงคนนี้มาสอบสวนปากคำ และทำบันทึกประวัติไว้แล้ว

ได้แต่ฝากเตือนให้ทุกคนระวังตัว หากเจอคนที่กำลังเดือดร้อน แต่ไม่มั่นใจว่าจะเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ ก็ควรแจ้งให้ตำรวจยื่นมือมาช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง