สนามข่าว 7 สี

ภารกิจเก็บกู้ซากช้างป่า 11 ตัว ยังพบอุปสรรค ฝังกลบได้แล้ว 3 ตัว

โศกนาฏกรรม ช้างป่า 11 ตัว พลัดตกน้ำตกเหวนรก จมน้ำตาย ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา จนถึงวันนี้เข้าสู่วันที่ 10 แล้ว ปฏิบัติการเก็บกู้ซากช้างป่ายังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอุปสรรคจากฝนที่ตกลงมา และสภาพน้ำที่ไหลเชี่ยว

ปฏิบัติการเก็บกู้ซากช้างป่าทั้ง 11 ตัว เข้าสู่วันที่ 10 แล้ว เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยอุทยานฯ และอาสากู้ภัยจากมูลนิธิต่าง ๆ นับร้อยคน ยังคงเดินหน้าเก็บกู้ซากช้างป่า แม้จะมีอุปสรรคใหญ่ คือ สภาพฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตลอดจนสภาพภูมิประเทศบางจุดที่เป็นหน้าผา มีโขดหินจำนวนมาก ทำให้เดินทางเข้าไปเก็บกู้ด้วยความยากลำบาก โดยล่าสุด สามารถย่อยซากช้างได้แล้ว 2 ตัว ก็คือ ตัวที่อยู่ตำแหน่งที่ 10, 11 และเก็บกู้ซากลูกช้างขนาดน้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม อีก 1 ตัว ซึ่งคาดว่าเป็นตัวที่อยู่ในตำแหน่งที่ 7 ตามภาพถ่ายทางอากาศ ซึ่งปฏิบัติการเมื่อวานนี้ (14 ต.ค.) ได้แบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็น 3 ชุด ชุดแรก เป็นชุดเก็บกู้ซากช้าง ส่วนชุดที่ 2 ให้ออกเดินเท้าสำรวจเส้นทางเข้าไปเก็บกู้ซากช้างที่เหลือ และชุดที่ 3 เป็นเจ้าหน้าที่ชุดดำเนินการฝังกลบซากช้างที่ย่อยซากเสร็จสิ้นแล้ว

และนี่ก็เป็นคลิปภารกิจเก็บกู้ซากช้างป่าตัวที่ 3 ที่บริเวณน้ำตกเหวนรก ซึ่งเจ้าหน้าที่หลายสิบคนร่วมแรงร่วมใจกันชักลากซากช้างขึ้นมาจากน้ำ เพื่อเตรียมไปฝังกลบ ซึ่งต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะช้างมีน้ำหนักมาก

ขณะเดียวกัน เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (14 ต.ค.) นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้นิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป จากวัดกุดตะเคียน อำเภอเมืองนครนายก ลงเรือไปยังคลองต้นไทร เพื่อประกอบพิธีบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลให้กับช้างป่าทั้ง 11 ตัว รวมทั้งฝังกลบซากช้างป่า 3 ตัว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้โรยปูนขาวที่ซากช้างก่อนฝังกลบ เพื่อฆ่าเชื้อโรคตามหลักวิชาการ โดยใช้เวลาในการฝังกลบประมาณ 1 ชั่วโมง รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังเปิดเผยอีกว่า จากการส่งเจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าไปสำรวจเส้นทางเก็บกู้ซากช้างตัวที่ 4 และ 5 บนน้ำตกเหวนรก ชั้นที่ 3 พบว่าเส้นทางค่อนข้างยากลำบาก ต้องใช้ระยะเวลาเดินเท้านาน 3-4 ชั่วโมง ทั้งนี้ จะมีการประชุมวางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพราะจุดดังกล่าวถือเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตรายมาก หรืออาจต้องรอให้กระแสน้ำพัดซากช้างลงมาก่อน จึงจะเก็บกู้ได้

ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับสภาพน้ำ ทางเจ้าหน้าที่เขื่อนขุนด่านปราการชล ได้ตรวจวัดสภาพน้ำที่บริเวณคลองต้นไทร ที่ใกล้กับจุดที่พบซากช้าง พบว่าสภาพน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ขอให้ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวล

ทั้งนี้ ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยืนยันจะต้องเก็บกู้ซากช้างให้ได้ครบทุกตัว พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ขณะเดียวกันได้ส่งผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่สำรวจ และเก็บข้อมูลเส้นทาง เพื่อวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก

ขอบคุณภาพจาก : Facebook ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช