ข่าวในประเทศ

นักวิชาการ มธ.ชูประชาธิปไตยแบบไทยๆ

รศ.กิตติศักดิ์ ปรกติ นักวิชาการจากคณะนิติศาสตร์ธรรมศาตร์ บรรยายพิเศษในงานรำลึกเหตุ 14 ตุลา 2516 ย้ำ ประชาธิปไตยของประเทศไทยเป็นแบบไทยๆไม่เหมือนประเทศอื่นใดในโลก รับรองความชอบธรรมของรัฐประหาร หากเป็นไปตามหลักความจำเป็น 

รศ.กิตติศักดิ์ ปรกติ จากศูนย์นิติศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขึ้นกล่าวปาฐกถา 14 ตุลา 2516 ประจำปี 2562 ในหัวข้อ “นิติรัฐและนิติธรรม กับระบอบประชาธิปไตยไทย” สรุปเนื้อหาเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญไทยในบททั่วไป รำลึกถึงการต่อสู้เพื่อเอกราชของพลเมือง ไม่ใช่แค่ในเหตุการณ์ 14 ตุลา แต่รวมถึงบรรพบุรุษตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความยินยอมของประชาชน เมื่อมีเหตุการณ์ที่รัฐธรรมนูญไม่ระบุไว้ ให้ดำเนินการตามประเพณีการปกครอง เห็นได้ชัดในเหตุการณ์ 14 ตุลา ที่พระมหากษัตริย์มีพระมหากรุณาธิคุณให้จัดตั้งรัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประเพณีการปกครอง จนพัฒนาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในปัจจุบัน

นายกิตติศักดิ์ ได้กล่าวอธิบายประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับการกำเนิดของหลักนิติรัฐนิติธรรม ที่มาจากนักปรัชญาการเมืองต่างประเทศในอดีต ความขัดแย้งของชนชั้นนำในประเทศอังกฤษ การต่อสู้เพื่อปลดปล่อยสหรัฐฯจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในต่างประเทศที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่สามารถทำอะไรได้ตามใจชอบ ตามหลัก The King can do no wrong. พระมหากษัตริย์ทำผิดไม่ได้ ต้องมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ส่วนในประเทศไทยนายกิตติศักดิ์ชี้ให้เห็นถึงพระราชอำนาจที่ปรากฏในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง ใครเดือดร้อนมาสั่นกระดิ่งก็จะช่วยตัดสินให้ เป็นการตัดสินเรื่องทั้งปวงตามหลักอันเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป มีหลักแฝงอยู่ในคำสอนของพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย ราชธรรม 4 และ ทศพิธราชธรรม พระมหากษัตริย์ดำรงตำแหน่งได้เพราะทรงไว้ซึ่งธรรมะ ไม่ใช่พระราชอำนาจอย่างเดียว

พระมหากษัตริย์มีฐานะเป็นผู้แทนปวงชนตามประเพณีการปกครอง อเนกชนนิกรสโมสรสมมติ ต้องใช้อำนาจอธิปไตยตามกฎหมาย ผ่านฝ่าย บริหาร, นิติบัญญัติและตุลาการ หากเกิดการรัฐประหาร ทรงใช้พระราชอำนาจอย่างไร ไม่มีรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ การรัฐประหารฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ แต่ผู้ทำก็อ้างทำด้วยความจำเป็น มีหลักว่าความจำเป็นเป็นมารดาแห่งกฎหมาย หากเผชิญหน้าอันตรายและสมควรแก่เหตุ ทุกครั้งที่มีการยึดอำนาจ คณะรัฐประหารทุกชุดยอมรับว่าผิด ถึงมีการนิรโทษกรรม ขอพระบรมราชโองการรัฐธรรมนูญใหม่ และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ เป็นไปตามหลักราชธรรม ป้องกันความชั่วร้ายไม่ให้เกิดในบ้านเมือง หลักนิติรัฐและหลักนิติธรรมต้องเป็นไปในทางที่สอดคล้องกับประชาชน เข้าใจได้อธิบายได้แก่ประชาชน อำนาจที่แท้จริงคือความเห็นร่วมกันที่คนทั้งหลายยอมเคารพและเชื่อฟัง

หลัง 14 ตุลา ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง มีองค์กรตามรัฐธรรมนูญ การใช้อำนาจตามอำเภอใจลดน้อยถอยลง แต่อำนาจตามอำเภอใจทางเศรษฐกิจยังมีมาก ต้องไม่ให้ทุนใหญ่ใช้อำนาจตามอำเภอใจได้ ให้ประชาชนต่อรองควบคุมการใช้อำนาจผูกขาด ขอให้รำลึกถึงเจตนารมณ์ 14 ตุลา เพื่อให้กฎหมาย เหตุผลเป็นใหญ่ ด้วยความร่วมมือของประชาชนกับพระมหากษัตริย์