สนามข่าว 7 สี

ปิดคดีปล้นทรัพย์นักธุรกิจชาวฟินแลนด์ คุมตัวทำแผนฯ เร่งล่าตัวผู้ต้องหาที่หลบหนี

ตำรวจคุมตัว 3 ผู้ต้องหา ที่ร่วมกันก่อเหตุทำร้ายและชิงทรัพย์นักธุรกิจชาวฟินแลนด์ ได้เงินสดไปจำนวนกว่า 200,000 บาท ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ส่วนผู้ต้องหาอีกคนที่ยังหลบหนี ตำรวจอยู่ระหว่างตามล่าตัวมาดำเนินคดี

จากกรณีที่ นายติโม ไอนาริ พาร์ติเนน อายุ 52 ปี เป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชาวฟินแลนด์ เดินทางกลับมาพักที่บ้านในตำบลมะม่วงสองต้น อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่พบว่าบ้านถูกปิดประกาศขาย ต้องจ้างช่างมาตัดกุญแจ แต่พอเปิดบ้านเข้าไปปรากฏว่าข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน รวมทั้งรถจักรยานยนต์ และรถกระบะหายไปเกือบทั้งหมด จนต้องไปแจ้งความกับตำรวจ กระทั่งมีการเจรจากับครอบครัวฝั่งภรรยาจ่ายเงินค่ารถกระบะ จำนวน 250,000 บาท ต่อหน้าตำรวจ กระทั่งช่วงค่ำของวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะ นายติโม เข้าไปในบ้าน กลับถูกคนร้ายบุกเข้าไปทำร้ายโดยการเชือดคอจนเป็นแผลฉกรรจ์ ก่อนชิงเงินจำนวนดังกล่าวหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุตำรวจสืบสวนจนทราบตัวผู้ก่อเหตุ จับกุม นายยุทธภูมิ ไชยศรีมาลย์ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นช่างกุญแจที่ผู้เสียหายว่าจ้างให้มาตัดกุญแจที่บ้าน และเป็นเจ้าของคอกวัวชนที่อยู่ใกล้บ้านที่เกิดเหตุ ได้เป็นคนแรก ต่อมาถูกตำรวจสอบเค้นจนยอมเปิดปาก รับว่ามีผู้ร่วมขบวนการอีก 3 คน ก็คือ นายสวาท โพชดา อายุ 59 ปี, นายปัญญา ไชยศรีมาลย์ อายุ 56 ปี และ นายประสิทธิ์ อินทรวิจิตร อายุ 35 ปี ซึ่งยังหลบหนี

จากการสอบสวน นายยุทธภูมิ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายวานให้เพื่อนบ้านไปตามช่างมาตัดกุญแจรั้วบ้านที่ถูกล็อกไว้ เพื่อนบ้านจึงไปตามตนเองให้มาตัดกุญแจ ปรากฏว่าหลังจากนั้น นายยุทธภูมิ ได้ชักชวนผู้ต้องหาอีก 3 คน ซึ่งเป็นญาติกัน ร่วมวางแผนเข้าไปปล้นเงินในบ้านผู้เสียหาย โดยนำเงินที่ได้ไปแบ่งกัน พร้อมยืนยันว่าภรรยาของผู้เสียหายไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ได้รู้จักกันมาก่อน

ความคืบหน้าเมื่อวานนี้ (15 ต.ค.) ตำรวจภูธรภาค 8 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านหลังเกิดเหตุ โดย นายปัญญา กับ นายยุทธภูมิ รับว่าเป็นคนดูต้นทางเพื่อให้ นายสวาท กับ นายประสิทธิ์ ปีนหน้าต่างเข้าไปเพื่อขโมยเงินที่ผู้เสียหายวางไว้ในบ้าน แต่ผู้เสียหายเข้ามาเห็นจึงเกิดการต่อสู้กัน แล้วใช้อาวุธมีดที่พกติดตัวมาปาดและแทงที่ลำคอของผู้เสียหาย ก่อนพากันหลบหนีไป

นางทัศณีย์ สินโทวงศ์ อดีตภรรยาผู้เสียหาย เปิดใจว่า ตนกับอดีตสามีจดทะเบียนหย่ากันนานแล้ว แต่มีลูกด้วยกัน 1 คน ซึ่งเรียนอยู่ที่ประเทศฟินแลนด์ จึงยังไปมาหาสู่กันอยู่ตลอด ก่อนเกิดเหตุอดีตสามีเพิ่งกลับมาจากประเทศฟินแลนด์ เพื่อมาโอนรถยนต์ที่ตกลงซื้อจากตน หลังโอนรถและชำระเงินให้กันจำนวน 250,000 บาท ต่อหน้าตำรวจ จากนั้นต่างคนต่างแยกย้ายกลับบ้าน กระทั่งมาทราบภายหลังว่ามีคนร้ายเข้ามาในบ้าน ชิงทรัพย์และทำร้ายอดีตสามีจนได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุตนเองยังไปเฝ้าดูแลขณะนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ยืนยันว่า ตนและน้องชายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

หลังตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้วเสร็จ จึงนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังต่อไป ส่วน นายติโม แพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อวานนี้ (15 ต.ค.) โดยหลังจากนี้จะอยู่ในความดูแลของตำรวจท่องเที่ยว เพื่อรอนำไปสืบพยานล่วงหน้าที่ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมด ก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศฟินแลนด์ในเร็ว ๆ นี้