สนามข่าว 7 สี

เด็กหญิงอายุ 14 ปี ถูกบังคับทำอนาจารแล้วอัดคลิปเผยแพร่ ซ้ำถูกข่มขู่

แม่เด็กหญิงอายุ 14 ปี ร้องเรียน ลูกสาวถูกชายคนหนึ่งล่อลวง และบังคับให้ลูกสาวกระทำอนาจาร (สำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง) แล้วบันทึกคลิปไว้ ก่อนจะนำคลิปไปเผยแพร่ ซ้ำยังถูกข่มขู่อีกด้วย

ด.ญ.อายุ 14 ปี ถูกบังคับทำอนาจารแล้วอัดคลิปเผยแพร่ จ.ตาก
แม่ของเด็กหญิงอายุ 14 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดตาก ออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่าลูกสาวของเธอไปรู้จักกับชายคนหนึ่งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยทราบว่าเป็นพลทหารอยู่ในค่ายทหารที่จังหวัดชลบุรี และพูดคุยกันจนสนิทสนมกัน ต่อมาชายคนดังกล่าวกลับล่อลวง และบังคับให้ลูกสาวของเธอกระทำอนาจาร ด้วยวิธีสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง แต่กลับบันทึกคลิปภาพเอาไว้ แล้วนำมาเป็นข้อต่อรอง ข่มขู่ลูกสาวหากไม่ตามใจจะนำไปไปเผยแพร่ กระทั่งทราบว่ามีการนำคลิปไปเผยแพร่จริง จนลูกสาวได้รับความอับอายและเสื่อมเสียชื่อเสียง

เมื่อทราบเรื่อง ทางครอบครัวได้นำหลักฐาน เป็นข้อความที่ลูกสาวพูดคุยกับชายคนดังกล่าวในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก และคลิปภาพบางส่วน ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองตาก โดยตำรวจเพียงแค่ลงบันทึกประจำวันไว้ เนื่องจากคลิปภาพที่ปรากฏเห็นเพียงแค่ช่วงล่างของร่างกายเท่านั้น จึงยังเอาผิดไม่ได้

กระทั่งล่าสุด ผู้เป็นแม่ บอกว่า ชายคนดังกล่าวยังคงส่งคลิปภาพมาข่มขู่ว่าจะเผยแพร่ และพยายามบังคับให้ลูกสาวเดินทางไปพบที่ค่ายทหารในจังหวัดชลบุรี พร้อมส่งเงินค่าเดินทางมาให้ 1,000 บาท แต่เธอได้ห้ามปรามไว้ กระทั่งลูกสาวเกิดความเครียด และเป็นโรคซึมเศร้า ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะนี้อาการเริ่มดีขึ้น และกลับมารักษาตัวที่บ้านได้แล้ว แต่ทางครอบครัวต้องดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเกรงว่าลูกสาวจะหนีไป

โดยแม่ของเด็กหญิงต้องการให้ชายคนดังกล่าวหยุดพฤติกรรมข่มขู่ และขอให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้ไปกระทำเช่นนี้กับผู้หญิงคนอื่นอีก รวมทั้งยังขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนครอบครัวที่มีลูกสาวกำลังเข้าสู่วัยรุ่น ระมัดระวังการใช้สื่อสังคมออนไลน์ติดต่อกับคนแปลกหน้า เพราะอาจตกเป็นเหยื่อเหมือนกับลูกสาวของเธอ

คืบหน้าคดีนักเรียนหญิง ม.3 ถูกรุ่นพี่ ม.5 ฉุดเข้าห้องน้ำข่มขืน
กรณีที่เด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ถูกรุ่นพี่ชั้น ม.5 โรงเรียนเดียวกัน ผลักเข้าไปในห้องน้ำของโรงเรียน แล้วใช้กำลังบังคับข่มขืน แม้ทางครอบครัวได้ไปแจ้งความดำเนินคดีแล้ว แต่ทางโรงเรียนกลับต้องการปกปิดเรื่องดังกล่าว ให้ผู้ปกครอง 2 ฝ่าย เจรจายอมความกัน โดยจ่ายค่าเสียหายเพียงแค่ 6,000 บาท เท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ได้นำเสนอไปในสนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา

ความคืบหน้า เมื่อวานนี้ (15 ต.ค.) เจ้าหน้าที่องค์กรป้องกันช่วยเหลือเด็ก สตรี ครอบครัวให้อยู่อย่างเป็นสุข กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ได้พาเด็กหญิงผู้เสียหายไปพบตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ ที่โรงเรียนจุดเกิดเหตุ เพื่อไปชี้จุดบริเวณห้องน้ำชาย ซึ่งอยู่ด้านหลังอาคารห้องกิจกรรมนาฏศิลป์ และถ่ายรูปเป็นหลักฐาน แต่ว่าไม่สามารถเปิดประตูห้องน้ำได้ โดยทางโรงเรียนอ้างว่าตำรวจไม่ได้ประสานงานมาก่อนล่วงหน้า และไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร ทางตำรวจจึงได้ติดต่อประสานไปยังรองผู้อำนวยการโรงเรียนเพื่อขอสอบปากคำ จากนั้น ได้ให้เจ้าหน้าที่พาเด็กหญิงผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล

ตำรวจเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้สอบพยานไปหลายปากแล้ว หลังจากนี้จะเร่งสอบปากคำเด็กหญิงผู้เสียหาย และรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์เพื่อประกอบสำนวนคดี จากนั้นจึงจะเรียกนักเรียนชายรุ่นพี่มาสอบปากคำ แล้วดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป