เช้านี้ที่หมอชิต

รวบโจร 3 คน บุกบ้านนักธุรกิจชาวฟินแลนด์ มีดแทงคอ-ปล้นเงิน เร่งล่าที่เหลือ

เช้านี้ที่หมอชิต - ความคืบหน้ากรณีคนร้ายก่อเหตุบุกบ้านนักธุรกิจชาวฟินแลนด์ ใช้มีดแทงคอได้รับบาดเจ็บ ก่อนปล้นเอาเงินสดไป 250,000 บาท ล่าสุดตำรวจรวบตัวผู้ร่วมขบวนการปล้นได้แล้ว 3 คน พร้อมคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งล่าอีกหนึ่งคนที่เหลือ

นายยุทธภูมิ ไชยศรีมาลย์ อายุ 35 ปี, นายสวาท โพชดา อายุ 59 ปี และนายปัญญา ไชยศรีมาลย์ อายุ 56 ปี ถูกตำรวจคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายในบ้านพักหลังหนึ่งพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังร่วมกันวางแผนปล้นทรัพย์ นายติโม ไอนารี่ พาร์ติเนน อายุ 52 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สัญชาติฟินแลนด์ โดยใช้มีดแทงบริเวณลำคอ 2 แผล ได้รับบาดเจ็บ ก่อนชิงเอาเงินสดไป 250,000 บาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา

ตำรวจสืบสวนพบว่าผู้ร่วมขบวนการปล้นครั้งนี้ มีทั้งหมด 4 คน โดยมีนายยุทธภูมิ ทำหน้าที่เป็นคนวางแผนการปล้น เขายอมรับว่า หลังจาก นายติโม ขอความช่วยเหลือผ่านเพื่อนบ้านคนหนึ่งให้มาตัดกุญแจรั้วหน้าบ้านพักให้ เขาเห็นนายติโมมีเงินสดติดตัวถึง 250,000 บาท จึงเกิดความอยากได้ กลับไปชักชวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน กลับมาก่อเหตุในช่วงค่ำของวันนั้นทันที

เขาวางแผนให้ นายสวาท ซึ่งรูปร่างเล็กที่สุดในทีมเป็นคนปีนกำแพงเข้าไปภายในบ้านก่อน เพื่อเปิดหน้าต่างหลังบ้านพัก แต่นายติโมตื่นขึ้นมาเห็นเหตุการณ์ จึงจับตัวนายสวาทไว้ได้ จนเกิดการชกต่อยกันขึ้น นายประสิทธิ์ ผู้ต้องหาอีกคนที่กำลังหลบหนี จึงเข้าไปสมทบ ก่อนใช้มีดแทงบริเวณลำคอนายติโม 2 แผล นายสวาท ได้จังหวะจึงวิ่งเข้าไปหยิบเงินสดทั้งหมดที่วางอยู่ภายในห้องครัว ก่อนพากันหลบนี้ โดยขณะก่อเหตุนายยุทธภูมิและนายปัญญา ทำหน้าที่ยืนคุมเชิงอยู่บริเวณบ้าน

นายติโม บอกว่า เขาเดินทางไป-กลับระหว่างประเทศไทยและฟินแลนด์ เป็นระยะเวลา 5-6 ปี หลังแต่งงานกับภรรยาคนไทย กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา เขากลับมาประเทศไทยอีกครั้ง ก่อนพบว่าบ้านหลังดังกล่าวถูกล็อกกุญแจไว้ จึงปีนเข้าไปภายในบ้าน และพบว่าข้าวของถูกภรรยาขนย้ายออกไปเกือบทั้งหมด มีรถยนต์หนึ่งคัน น้องชายของภรรยาเป็นคนเอาไป เขาติดต่อให้นำรถคืนแต่ไม่เป็นผล จึงไกล่เกลี่ยโดยให้น้องชายของภรรยาซื้อรถคันดังกล่าวในราคา 250,000 บาท เขาจึงนำเงินสดจำนวนนี้กลับบ้านพัก พร้อมติดต่อให้ผู้ต้องหามาตัดกุญแจรั้วบ้าน จึงเกิดการปล้นขึ้น

ขณะที่ หญิงอายุ 41 ปี อดีตภรรยาของนายติโม ออกมาให้ข้อมูลว่า เธอเลิกรากับนายติโมไปนานกว่า 3 ปีแล้ว ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี หลังจากก่อนหน้านี้มีการตั้งข้อสังเกตว่าเธออาจมีส่วนรู้เห็น

ตำรวจตรวจสอบประวัติพบว่า นายประสิทธิ์และนายสวาท เคยต้องโทษในคดีลักทรัพย์มาแล้ว ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งล่าตัวนายประสิทธิ์ที่กำลังหลบหนีมาดำเนินคดี พร้อมแจ้งข้อหาปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ