7 สีช่วยชาวบ้าน

ณัฐชนน Love เลย : อาการหน้าเบี้ยวครึ่งซีก

ณัฐชนน Love เลย วันนี้ พาไปทำความรู้จักกับอาการหน้าเบี้ยวครึ่งซีก และพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดโรคนี้ ติดตามพร้อมกัน

หนึ่งในโรคที่หลายคนเคยได้ยิน แต่ไม่ค่อยรู้จักมากนัก คือ อาการหน้าเบี้ยวครึ่งซีก หรือ Bell's Palsy หรือภาวะที่กล้ามเนื้อใบหน้าข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรง หรือเกิดภาวะอัมพาตชั่วขณะ โดยส่วนมากมีสาเหตุมาจากการอักเสบของเส้นประสาทบนใบหน้า หรือเส้นประสาทคู่ที่ 7 ซึ่งอยู่ตรงใบหน้าแต่ละข้าง ทำหน้าที่รองรับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า เช่น ยิ้ม เคี้ยว หลับตา รวมทั้งการรับรสจากลิ้นส่งต่อไปยังสมองเกิดการอักเสบ ส่งผลต่อการรับรส การผลิตน้ำตา และต่อมน้ำลาย

อาการหน้าเบี้ยวครึ่งซีก ถือเป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน และมักเกิดขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง โดยผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการเหล่านี้ เช่น หญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะผู้ที่อายุครรภ์มาก หรือหลังคลอด 1 สัปดาห์ ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน หรือผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้ป่วยโรคงูสวัด หรือผู้ติดเชื้อ HIV รวมถึงผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น พักผ่อนน้อย ทำงานหนัก หรือมีความเครียด ส่วนใหญ่จะมีอาการใบหน้าชา มีไข้ต่ำ ๆ คล้ายเป็นหวัด กะพริบตาไม่ได้ ปวดบริเวณหลังใบหู หรือหลับตาไม่สนิท

หากผู้ป่วยได้รับการรักษา ส่วนมากจะมีอาการดีขึ้นภายใน 3-4 สัปดาห์ และหายเป็นปกติภายใน 3-6 เดือน แต่หากได้รับการรักษาด้วยสเตียรอยด์ เพื่อลดการอักเสบและบวมของเส้นประสาท จะมีโอกาสหายเร็วเป็นปกติสูงถึง 97%

นอกจากนี้ การรักษาด้วยยา แพทย์อาจพิจารณาให้ทำกายภาพบำบัดร่วมด้วย เช่น การกระตุ้นเส้นประสาทด้วยกระแสไฟฟ้า หรือนวดใบหน้า ช่วยลดภาวะกล้ามเนื้อตึงเกร็ง หรืออาจใช้วิธีการผ่าตัดในผู้ป่วยบางราย และแม้ว่าอาการหน้าเบี้ยวครึ่งซีกจะยังไม่มีวิธีการป้องกันที่ชัดเจน แต่ก็สามารถป้องกันได้ระดับหนึ่ง คือ ต้องหมั่นดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ และหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย หากพบความผิดปกติก็ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ณัฐชนน Love เลย