สนามข่าว 7 สี

ชาวบ้านร้องทุกข์! ยื่นกู้เงินแต่ไม่ได้รับเงิน สุดท้ายเป็นหนี้ จ.พิจิตร

ชาวบ้านที่จังหวัดพิจิตร ร้องทุกข์ว่าถูกหลอกให้รวมกลุ่มสมาชิก เพื่อนำรายชื่อไปยื่นขอกู้เงินจากธนาคารแห่งหนึ่ง สุดท้ายเป็นหนี้ แต่กลับไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว

ผู้เสียหายจำนวนกว่า 20 คน ซึ่งเป็นชาวบ้านอยู่ในเขตอำเภอเมืองพิจิตร เข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร หลังได้รับใบแจ้งหนี้กับทางธนาคารแห่งหนึ่ง หลังจากมีหญิงคนหนึ่งมาชักชวนให้เข้ารวมกลุ่มสมาชิก แล้วนำรายชื่อไปทำเรื่องขอกู้เงินกับทางธนาคารแห่งหนึ่ง หลังจากทำเรื่องกู้แล้วเสร็จ ชาวบ้านกลับไม่ได้รับเงิน ได้รับเพียงใบแจ้งหนี้จากทางธนาคารว่าให้ไปชำระหนี้ รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท

หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้รับการติดต่อจากหญิงคนหนึ่งมาชักชวน โดยอ้างว่ามีงบประมาณใหม่ของรัฐบาลให้ประชาชนกู้ผ่านธนาคารแห่งหนึ่งได้ แต่ต้องรวมตัวกันเป็นกลุ่ม ๆ จึงจะสามารถทำเรื่องยื่นกู้เงินได้ ตนเองหลงเชื่อ ไปชักชวนญาติและคนรู้จักที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันมารวมกลุ่มทำสัญญากู้เงินจากธนาคาร รวมทั้งหมด 34 คน โดยแต่ละคนจะกู้ไม่เท่ากัน เริ่มตั้งแต่ยอดเงินจำนวน 26,000-110,000 บาท แต่หลังจากทำสัญญาและทางธนาคารได้อนุมัติวงเงินให้กับผู้กู้แต่ละรายแล้ว พวกตนไม่สามารถเบิกเงินมาใช้ได้ เนื่องจากหญิงคนดังกล่าวยึดสมุดบัญชี และบัตร ATM ไว้ เมื่อไปทวงถามก็บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด กระทั่งพวกตนได้รับใบแจ้งหนี้จากธนาคาร จึงทำให้มั่นใจว่าน่าจะถูกหลอกลวงอย่างแน่นอน

จากกรณีดังกล่าว ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้ผู้เสียหายทั้งหมดเขียนคำร้อง พร้อมรวบรวมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เพื่อเสนอเรื่องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เพื่อสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมทั้งฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อบุคคลที่ชักชวนให้กู้เงินหรือร่วมลงทุน ที่มักอ้างว่าให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ เพื่อป้องกันตกเป็นเหยื่อพวกมิจฉาชีพ

ปิดท้ายที่ กลุ่มผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับตำรวจกองบังคับการปราบปราม หลังถูกเพื่อนนักดนตรีคนหนึ่งหลอกให้ร่วมลงทุนแล้วไม่ได้รับ ทั้งเงินต้น และดอกเบี้ย โดยนำเงินไปปล่อยกู้เพื่อแลกดอกเบี้ยระยะสั้น 15 วัน

หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเองเป็นนักดนตรีได้รู้จักกับหญิงคนหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงในแวดวงดนตรี ประกอบกับเห็นข้อความที่โพสต์ในเฟซบุ๊กชักชวนคนมาลงทุน เพื่อนำเงินไปปล่อยกู้ระยะสั้น 15 วัน แต่ได้ดอกเบี้ยอัตราสูง และเห็นว่าที่ผ่านมามีคนที่เคยร่วมลงทุนได้รับดอกเบี้ยกลับคืนมาจริง จึงตัดสินใจนำเงินไปร่วมลงทุนด้วย แต่หลังจากที่ลงทุนไปแล้วระยะหนึ่ง พบว่าหญิงคนดังกล่าวไม่สามารถนำเงินต้นและดอกเบี้ยมาคืนตามที่ตกลงไว้ได้ ทวงถามก็อ้างว่าป่วย กระทั่งมาทราบว่ามีผู้เสียหายที่ถูกกระทำในลักษณะเดียวกันอีกจำนวนมาก จึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความเอาผิดกับหญิงคนดังกล่าวในข้อหาฉ้อโกง และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อให้ตำรวจติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป