เช้านี้ที่หมอชิต

อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อดีตเด็กแว้นสอบติดตำรวจ โพสต์เฟซบุ๊ก ลั่นไม่จับเด็กแว้นด้วยกัน

เช้านี้ที่หมอชิต - โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ กรณีที่สิบตำรวจตรีโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่าจะไม่จับเด็กแว้นด้วยกัน เนื่องจากอดีตเคยเป็นเด็กแว้นมาก่อน จึงเข้าใจหัวอก ล่าสุดเจ้าตัวโพสต์ข้อความขอโทษสังคม อ้างทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ภาพของตำรวจนายหนึ่งซึ่งแต่งเครื่องแบบเต็มยศ ถูกโพสต์ในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ระบุข้อความว่า จากเด็กแว้นที่มีแต่คนเคยด่าเคยว่า กลับกลายเป็นสิบตำรวจตรีที่คนนับหน้าถือตา พร้อมติดแฮชแท็ก ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ไม่ยอมแพ้กับคำดูหมิ่นของคนอื่น

ต่อมามีเพื่อนที่เป็นเด็กแว้นเข้ามาแสดงความคิดเห็น บอกว่า อย่าไปจับเด็กแว้นนะ เพราะเคยเป็นเด็กแว้นมาก่อน ซึ่งเขาก็ตอบกลับไปว่า ไม่เคยคิดจะจับอยู่แล้ว เพราะเคยผ่านมาก่อน เข้าใจหัวอกดี

บางคนเข้ามาแสดงความยินดี และบอกว่าขอให้เป็นตำรวจที่ดี ซึ่งเจ้าตัวก็ยืนยันอีกว่า จะไม่จับเด็กแว้นแน่นอน หลังจากที่ข้อความนี้ถูกแชร์ออกไป จากเสียงชื่นชมที่เจ้าตัวมุ่งมั่นจนสอบติดตำรวจ กลับกลายเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม

ล่าสุดช่วงเช้าวานนี้ (16 ต.ค.) ตำรวจ สภ.บึงกาฬ ได้เรียกประชุมตำรวจในสังกัด โดยเฉพาะนายสิบตำรวจที่บรรจุใหม่ทั้งหมด 10 นาย เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจข้อราชการ การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่ดี และกล่าวตักเตือนการโพสต์ข้อความลงในโลกโซเชียล เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อตัวเองและองค์กรตำรวจ

รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ตำรวจนายดังกล่าวทำรายงานถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผ่านผู้บังคับบัญชาตามระดับชั้น ส่วนความผิดตอนนี้ยังไม่มี เบื้องต้นได้ว่ากล่าวตักเตือน และเน้นย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่ตำรวจให้ดีที่สุด ต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน

ขณะที่ สิบตำรวจตรีได้ลบโพสต์ดังกล่าวแล้ว พร้อมโพสต์เฟซบุ๊กล่าสุด ขอโทษสังคมกับกรณีที่เกิดขึ้น พร้อมบอกว่าที่ทำไปนั้นเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และขาดประสบการณ์ในการเป็นตำรวจ บางสิ่งที่โพสต์เกิดจากความภูมิใจที่จบการศึกษาและเป็นตำรวจ โดยไม่คิดว่าจะมีผลกระทบในทางเสียหาย พร้อมขอโทษผู้บังคับบัญชาทุกระดับ และเพื่อนข้าราชการตำรวจทุกนาย หลังจากนี้ยืนยันว่าจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด

และยังได้ฝากถึงกลุ่มเด็กแว้นและเยาวชนที่มีแนวคิดหรือถูกชักชวนให้เป็นเด็กแว้นว่า เป็นสิ่งที่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม ทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งของตัวเองและผู้อื่น ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองเดือดเนื้อร้อนใจ และเสียใจในการกระทำ