ห้องข่าวภาคเที่ยง

คอลัมน์หมายเลข 7 : แก้ปัญหาที่ดินวัดบางแพรก ยังยืดเยื้อ ตอนที่ 1

ที่ดิน 3 ไร่ ของวัดบางแพรก อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเจ้าอาวาสใช้เงินวัดซื้อปี 2553 ราคา 7,000,000 บาท แต่ใส่ชื่อตัวเองเป็นเจ้าของ จากนั้นปี 2555 นำไปขายฝากกับนายทุน ราคา 5,000,000 บาท ครบกำหนดสัญญา 1 ปี ไม่มีเงินไถ่ถอน ปี 2556 ที่ดินแปลงนี้จึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทุน แต่ปี 2558 เจ้าอาวาสจ่ายเงิน 2,000,000 บาท ให้นายทุนรายนี้ เพื่อวางมัดจำขอซื้อคืนที่ดิน แต่ต้องยุติสู้ราคาไม่ไหว

คอลัมน์หมายเลข 7 และ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่า สตง. ในฐานะ ผู้ตรวจเงินแผ่นดินภาคประชาชน ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหานี้เดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว รวมทั้งกรณี อบต.บางรักใหญ่ หลังใช้งบกว่า 900,000 บาท ทำโครงการลานกีฬาต้านยาเสพติด ปี 2558 ในที่ดินแปลงนี้ โดยสำคัญผิดในข้อมูล ทั้งที่ตกเป็นกรรมสิทธิ์นายทุนแล้ว โดยขยายผลจากข้อมูลร้องเรียน

ล่าสุด 2 วันที่แล้ว คอลัมน์หมายเลข 7 กลับไปติดตามการแก้ปัญหานี้ที่ อบต.บางรักใหญ่ พบว่าขณะนี้มีผลสรุปของคณะกรรมการสอบหาผู้รับผิดทางละเมิดแล้ว

จากนั้นขยายผลไปที่วัดบางแพรก จึงพบสาเหตุที่ทำให้การแก้ปัญหานี้ยังไม่คืบหน้า

ข้อมูลนี้คอลัมน์หมายเลข 7 ขยายผลกับเจ้าอาวาสวัดบางแพรก จึงพบสาเหตุที่ทำให้ปัญหานี้ยืดเยื้อ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเจ้าอาวาสวัดบางแพรก เข้าพบอัยการอาวุโส ขอความช่วยเหลือและขอคำปรึกษาทางกฎหมาย รวมทั้งขอความช่วยเหลือจากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดือนพฤษภาคม และมิถุนายน ที่ผ่านมา

ปัญหาที่ดินวัดบางแพรก จะต้องแก้ไขอย่างไร และผลสอบสวนทางสงฆ์กับเจ้าอาวาสวัดบางแพรก เป็นอย่างไร ติดตามได้วันพรุ่งนี้...