เช้านี้ที่หมอชิต

เช้านี้วิถีไทย : งดงามตามโบราณราชประเพณี ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซ้อมใหญ่ ครั้งที่ 1

เช้านี้ที่หมอชิต - เช้านี้วิถีไทยสัปดาห์นี้ ไปชมความยิ่งใหญ่ตระการตาของการซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งที่ 1 สำหรับการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เมื่อวานนี้ (17 ต.ค.) ท่ามกลางประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เฝ้ารอชมความงดงามของริ้วขบวนตามรูปแบบโบราณราชประเพณี ติดตามจากคุณวาเนสสา สมัคศรุติ

ความงดงามของเรือพระที่นั่งทั้ง 4 ลำ ที่ประดับตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตาด้วยฝีมือช่างศิลป์ชั้นสูง ณ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ซึ่งเป็นเรือสายสำคัญ ที่กองทัพเรือเตรียมนำกำลังพลเข้าฝึกซ้อมขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

นอกจากเรือพระที่นั่งทั้ง 4 ลำแล้ว ยังมีประเภทเรือเหล่าแสนยากรสำหรับทำหน้าที่เป็นเรือรูปสัตว์หรือเรือศีรษะสัตว์ ในขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค การซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งนี้ มีช่างภาพเยาวชนจิตอาสาร่วมบันทึกภาพเรือพระราชพิธีในครั้งนี้ด้วย

การฝึกซ้อมครั้งนี้ เป็นการซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งแรก โดยนำผลจากการฝึกซ้อมย่อยทั้ง 10 ครั้งที่ผ่านมาประกอบกัน ด้วยความตั้งใจในการถวายความจงรักภักดี จากหยาดเหงื่อแรงกายแรงใจของกำลังพลทุกหมู่เหล่า เพื่อให้การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งนี้สมพระเกียรติและยิ่งใหญ่ที่สุด

นับเป็นเกียรติอย่างสูงยิ่งของกำลังพลทุกนาย ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในขบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 10 ประกอบด้วยเรือพระราชพิธี 52 ลำ ใช้กำลังพลกว่า 2,200 นาย มีเส้นทางจากท่าวาสุกรีถึงท่าราชวรดิฐ โดยเรือสายสำคัญ คือ "ริ้วสายกลาง" เป็นเรือพระที่นั่ง 4 ลำ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นรูปโขนเรือลงรักปิดทองมีลวดลายรูปงูจำนวนมาก เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช สร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 6 และเริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อปีพุทธศักราช 2457 เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 สร้างน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในพระราชพิธีกาญจนาภิเษก เมื่อปีพุทธศักราช 2539 และเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ โดยตั้งชื่อตามเรือพระที่นั่งโบราณของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา คือ เรือศรีสุพรรณหงส์ ท่ามกลางการรอคอยของประชาชนที่จะได้สัมผัสความงดงามของริ้วขบวน ซึ่งจัดขึ้นตามรูปแบบโบราณราชประเพณีที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

ภายใน "ริ้วสายกลาง" ยังมีเรืออีเหลืองเป็นเรือกลองนอก เรือแตงโมเป็นเรือกลองใน ขนาบข้างสายเรือพระที่นั่ง คือ "ริ้วสายใน" มีเรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่นเป็นเรือประตูหน้า เรือเสือทยาลชลและเรือเสือคำรณสินธุ์เป็นเรือพิฆาตเรือรูปสัตว์ 8 ลำ ปิดท้ายด้วยเรือคู่ชัก คือ เรือเอกไชยเหินหาวและเรือเอกไชยหลาวทอง ส่วน "ริ้วสายนอก" มีเรือดั้ง และเรือแซง สายละ 14 ลำ นับเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเบื้องปลายที่ยิ่งใหญ่ของชาติไทยที่มีเพียงแห่งเดียวในโลก