สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

สั่งจำคุก เสี่ยท็อป 6 เดือน คดีเช็คเด้ง เจ้าตัวยิ้มรับ พร้อมสู้คดี

โดยว่าที่ร้อยตรี สุรพล สินธุนาวา ทนายความของ "เสี่ยท็อป" ได้เปิดเผยถึงคดีที่ทำให้ "เสี่ยท็อป" ถูกจับกุม ว่า เมื่อปี 2559 "เสี่ยท็อป" ได้ตกลงจะซื้อธุรกิจเสริมความงามจากคู่กรณี ในวงเงิน 8,000,000 บาท และต่อรองราคาเหลือ 4,500,000 บาท โดย "เสี่ยท็อป" ได้จ่ายเป็นเช็คให้ แต่ไม่สามารถนำไปขึ้นเงินได้ หรือเช็คเด้ง ทำให้คู่กรณีมาฟ้องร้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือ โดยตกลงจ่ายที่ 1,000,000 บาท ขณะนั้นแม่ของ "เสี่ยท็อป" ได้นำโฉนด ที่ดินที่ในจังหวัดปทุมธานี มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ว่า จะนำเงินมาชดใช้ให้ในภายหลัง ซึ่งขณะนี้โฉนดที่ดินดังกล่าวก็ยังอยู่กับคู่กรณี และยังไม่มีการเซ็นโอนที่ดินให้กันแต่อย่างใด ศาลจึงพิจารณาเห็นว่า "เสี่ยท็อป" มีเจตนาที่จะไม่ชดใช้เงินส่วนที่เหลือ

และเมื่อถึงวันฟังคำพิพากษา ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 "เสี่ยท็อป" กลับไม่มาฟังคำพิพากษา โดยอ้างว่า ติดภารกิจที่ต่างประเทศ ศาลจึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย สั่งจำคุก 1 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ จึงพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมกับให้ออกหมายจับจำเลย

ทั้งนี้เหตุที่เสี่ยท็อปถูกตัดสินให้จำคุกทันที ไม่สามารถอุทธรณ์หรือเจรจาชดใช้ให้ผู้เสียหายให้ถอนฟ้องได้ เนื่องจาก"เสี่ยท็อป" ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด คดีจึงถือเป็นที่สิ้นสุดแล้ว

และนี่เป็นภาพเหตุการณ์ช่วงเย็นวานนี้(18 ต.ค.) เมื่อเวลา 16.30 น. ขณะเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเสี่ยท็อป ไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ผู้สื่อข่าวได้ถาม "เสี่ยท็อป" ว่าจะสู้คดีต่อหรือไม่ ทาง "เสี่ยท็อป" ก็พยักหน้ายืนยันว่า จะสู้ต่อทุกคดี พร้อมกับส่งยิ้มให้กับสื่อมวลชนด้วย จากนั้นก็เดินขึ้นรถเรือนจำไป

และทันทีที่ศาลมีคำตัดสินจำคุกเสี่ยท็อป ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ตำบลแสลงโทน อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ บ้านของครอบครัวพริตตีสาวที่ออกมาแฉพฤติกรรมของเสี่ยท็อป ที่หลอกลวงให้แต่งงานด้วย จนเป็นหนี้งานแต่งกว่า 3,500,000 โดยพ่อของพริตตีสาวว่า บอกว่าไม่ทราบว่า "เสี่ยท็อป" อดีตลูกเขย ถูกจับกุมเพราะไม่ได้ติดตามข่าว และเมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะแจ้งความเอาผิดอดีตลูกเขย ฐานหลอกลูกสาวให้แต่งงานด้วย จนเป็นหนี้เป็นสินหรือไม่ ก็ตอบว่าไม่ขอออกความเห็น ปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของลูกสาว ส่วนสาเหตุที่ลูกสาวยังไม่ไปแจ้งความ ก็เชื่อว่าลูกสาวน่าจะมีเหตุผล และเคารพการตัดสินใจของลูก แต่ในฐานะที่เป็นพ่อแม่ ก็เป็นห่วงและสงสารลูกมาก อยากให้อดีตลูกเขยมาแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น