อัปเดตออนไลน์

นายกฯ ยันไม่ได้จัดงบฯ เอื้อนายทุนหรือคนรวย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยืนยันว่า ไม่ได้จัดงบประมาณปี 2563 เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มคนรวยหรือนายทุนตามที่ฝ่ายค้านอ้าง เพราะต้องดูแลประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน

พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ในวันสุดท้าย ว่า พอใจกับการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ในห้วง 2 วันที่ผ่านมา ซึ่งตนก็รับฟังทั้งหมด สิ่งไหนที่เป็นเรื่องดีก็จะนำไปบูรณาการ แต่ละกระทรวงได้มากน้อยลดหลั่นกันไป ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ

ช่วงหนึ่งนายกฯกล่าวถึงการลงทุนว่า การลงทุนภายในประเทศของเรา บางทีติดขัดเรื่องกฎหมาย ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเขาปลดล็อกเรื่องเหล่านี้ ทั้งนี้การลงทุนหลายคนบอกว่าเอื้อประโยชน์ ยอมรับว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่ง เพราะภาษีเราได้มาจากเขา จึงจะต้องสนับสนุนให้มีการลงทุน ดังนั้นต้องสนับสนุนให้มีการลงทุนภายในประเทศของเราเองโดยยึดกฎหมายทุกฉบับ นายกฯไม่มีสนิทสนมกับใคร จะให้สิทธิพิเศษใครไม่ได้ ทุกอย่างต้องผ่านการประมูล งบประมาณตรงนี้มีอยู่ประมาณ 3 แสนกว่าล้านบาท จะไปช่วยเสริมเรื่องการลงทุนอย่างต่ำ 20 เปอร์เซ็นต์ตามที่กฎหมายระบุไว้ ทั้งในเรื่องรถไฟฟ้า ขนส่งมวลชน รถไฟรางเดี่ยวในต่างจังหวัด ต้องทำให้ทั่วถึง เงินลงทุนทั้งหมดมาจากภาคเอกชน

จากเดิมที่เป็นการลงทุนของภาครัฐอย่างเดียว การกู้เงินจะส่งผลให้หนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้น ในปัจจุบันนี้ หนี้สาธารณะของประเทศอยู่ที่จำนวน 41 เปอร์เซ็นต์ ไม่น่ากังวล หากมองตัวเลขอาจดูน่ากลัว แต่สูงตามค่าจีดีพี เรามีขีดความสามารถในการใช้หนี้ ในส่วนของหนี้ระยะสั้นอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย หนี้ระยะยาวก็ผ่อนชำระไป เมื่อหาเงินได้มากขึ้น เราก็ผ่อนเงินต้น น่าจะกู้ใหม่ได้อีกประมาณ 19 เปอร์เซ็นต์ ไม่เกินกำหนด 60 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ต่างประเทศมีหนี้สาธารณะ 200 เปอร์เซ็นต์ แต่เขามีขีดความสามารถในการผ่อนชำระ รวมถึงมีอุตสาหกรรมต่างๆ ของเราก็กำลังจะเดินไปตรงนี้ แต่ต้องใช้เวลา


ตนไม่ได้ไปขัดแย้งกับใคร ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนก็ตาม ทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่า ถ้ามาบอกว่ารัฐบาลไม่รู้เรื่องอะไรเลย มันไม่น่าจะได้ ตนเกรงว่าประชาชนจะไม่เข้าใจ สิ่งสำคัญคือต้องสร้างการรับรู้ของประชาชน เพื่อให้เกิดความร่วมมือ หากทุกคนเรียกร้องพร้อมกันทั้งหมด ไม่มีใครสามารถแก้ไขปัญหาได้ การนำหลักการของประเทศต่างๆ มา ตนก็นำมาใช้ รู้และผ่านการศึกษามา และเคยเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้ง เอกสารหรือโครงการต่างๆ ที่น่าสนใจ ตนก็นำกลับมาดูว่าสามารถนำมาปรับใช้กับประเทศของเราได้หรือไม่

แต่ปัญหาของประเทศเราติดอยู่ที่งบประมาณและความเข้าใจของประชาชน ปัญหาในปัจจุบันมันมีมากกว่าสิ่งที่เราคิดทำ และบางอย่างก็ติดปัญหาด้านกฎหมาย ยืนยันว่าไม่ได้ทิ้งประชาชน อย่ามาแยกแยะว่ากลุ่มนี้รวย กลุ่มนี้จน เพราะคนรวยก็มีความเสี่ยงในเรื่องการลงทุน ต้องดูแลดูเรื่องการแข่งขันให้เกิดความเท่าเทียมกัน ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใคร และสิ่งที่ตนจะเตือนเพราะการพูดจาในสภาฯถูกถ่ายทอดไปสู่ประชาชน และบางครั้งประชาชนเขาไม่ได้รับฟังในสิ่งที่รัฐบาลชี้แจง เขาฟังสิ่งที่ฝ่ายค้านพูด ในส่วนของตนก็คิดว่าดีทุกเรื่อง แต่ต้องมาดูว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน