สนามข่าว 7 สี

ชุมนุมค้าน-หนุน 3 สารเคมีอันตราย

แม้ก่อนหน้านี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะออกประกาศกฎกระทรวงห้ามใช้สารเคมี 3 ชนิด แต่ก่อนที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายจะชี้ชัดเรื่องนี้ ในช่วงปลายเดือน ภาคประชาชนก็เริ่มออกมาแสดงจุดยืน มีทั้งฝ่ายหนุนและฝ่ายคัดค้าน

เริ่มที่กลุ่มหนุนให้ใช้ 3 สารเคมีอันตราย ได้แก่ พาราควอต,ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส นำโดย นายสุกรรณ์ สังขวรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย กล่าวว่า ช่วงสาย ๆ วันนี้ ผู้แทนสมาคมเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิด คือ อ้อย, ปาล์มน้ำมัน, ยางพารา, มันสำปะหลัง, ข้าวโพด และไม้ผล จะแถลงจุดยืนเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลชะลอการประกาศยกเลิกสารเคมีทั้ง 3 ชนิดออกไป เพื่อไปหานวัตกรรม หรือแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้ก่อน ที่สำคัญเห็นว่า การยกเลิกสารเคมีทั้ง 3 ชนิด จะทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบ ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ปริมาณและคุณภาพผลผลิตต่ำลง พร้อมยกงานวิจัยของ รศ.พูนพิภพ เกษมทรัพย์ ภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ระบุว่า แปลงมันสำปะหลังนั้น หากควบคุมวัชพืชไม่ได้ภายใน 2 เดือน ผลผลิตจะเสียหายถึง 80% ส่วนตนเองนั้นปลูกอ้อย 400 กว่าไร่ หากไม่ป้องกันกำจัดหญ้า ผลผลิตจะลดน้อยลงเช่นกัน

จากนั้นในช่วงบ่ายจะเดินทางไปพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนของเกษตรกร โดยจะเสนอทางออกจากปัญหาที่สังคมยังมีความสับสนว่า ข้อมูลฝ่ายใดจริง ฝ่ายใดเท็จ ซึ่งเห็นว่ารัฐบาลสามารถให้มีการนำเสนอข้อมูลทางวิชาการ และข้อมูลเชิงประจักษ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง หากยังมีประเด็นใดไม่ชัดเจน

พร้อมย้ำว่า การยกเลิกสารเคมี 3 ชนิด ไม่ใช่ทางออกในการแก้ปัญหา หรือเกษตรกรบางคนอาจแอบใช้ หรืออาจหาสารเคมีชนิดอื่นมาใช้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นอันตรายไม่ต่างกัน ทั้งนี้การให้ความรู้ในการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องตามข้อกำหนด จะทำให้ทุกฝ่ายปลอดภัยมากกว่า

ด้าน นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารเคมีการเกษตรอันตราย 3 ชนิด กล่าวว่า พาราควอต, ไกลโฟเสต และคลอร์ไพริฟอส มีพิษร้ายแรง เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนเกินกว่าที่จะยอมรับได้ ซึ่งในวันนี้ (21 ต.ค.) จะร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ประกาศจุดยืนให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายยกเลิกการใช้