เช้านี้ที่หมอชิต

ชายบุกทวงหนี้-ชักปืนยิงสามีภรรยา อ้างแค้นไม่ยอมคืนเงิน แต่ออกรถใหม่ 2 คัน

เช้านี้ที่หมอชิต - เจ้าหนี้ใช้ปืนยิงสามีภรรยา หลังไปทวงเงินแล้วเกิดมีปากเสียงกัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จากนั้นชาวบ้านก็ช่วยกันจับตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ อ้างทำไปเพราะแค้นที่อีกฝ่ายไม่ยอมคืนเงิน แต่กลับออกรถใหม่มาแล้ว 2 คัน

ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ เข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งในซอยร่มประดู่ ตำบลสำโรงใต้ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ หลังได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คน คือ นายแสงจันทร์ ทองเฟื่อง อายุ 51 ปี ถูกยิงเข้าที่ราวนมข้างซ้าย และสะโพกซ้าย ส่วนอีกคน คือ นางจิว ทองเฟื่อง อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นภรรยา ถูกยิงเข้าที่ราวนมข้างซ้าย 1 นัด ญาติได้ช่วยกันนำทั้งคู่ส่งโรงพยาบาล แต่ต่อมา นางจิว ได้เสียชีวิตลง

ส่วนผู้ก่อเหตุ ชาวบ้านได้ช่วยกันจับตัวไว้ได้พร้อมปืนลูกโม่ขนาด .38 ที่ใช้ก่อเหตุ ทราบชื่อ คือ นายวิชิต แถลงศรี อายุ 46 ปี ทำงานอยู่ที่บริษัทผลิตรถยนต์แห่งหนึ่ง

นายวิทวัส ทองเฟื่อง อายุ 24 ปี ลูกชายของสามีภรรยาที่ถูกยิง เล่าว่า ครอบครัวทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง อาศัยอยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุด้วยกัน 10 คน เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน พ่อและแม่ได้ไปยืมเงินจาก นายวิชิต ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ จำนวน 30,000 บาท และยังไม่ได้ใช้คืนเพราะยังไม่มีเงิน จึงได้ผัดผ่อนมาโดยตลอด โดยอีกฝ่ายมาทวงอยู่เป็นประจำ เขาจึงได้นำเงินเก็บคืนไปให้ก่อน 5,000 บาท จนวันเกิดเหตุ นายวิชิต มาทวงเงินที่เหลืออีก 25,000 บาท จนเกิดมีปากเสียงกัน ก่อนที่อีกฝ่ายจะชักปืนยิงพ่อและแม่ จากนั้นชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงจึงเข้าไปแย่งปืนแล้วคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้

ด้าน นายวิชิต ให้การว่า ก่อนหน้านี้เขาทราบมาว่าสามีภรรยาคู่นี้เพิ่งซื้อรถยนต์มาใช้ 2 คัน แต่กลับไม่ยอมนำเงินมาใช้หนี้ ทั้ง ๆ ที่เขาพยายามทวงถามมาโดยตลอด แต่ทั้งคู่ก็อ้างว่ายังไม่มีเงิน ขณะเกิดเหตุเขาได้มาทวงถามอีกครั้ง แต่ทั้งสองคนท้าทายและพยายามใช้มีดเข้ามาทำร้าย จึงชักปืนยิงใส่ นางจิว ที่เป็นคนถือมีดก่อน จากนั้นก็ยิงใส่ นายแสงจันทร์ ที่พยายามเข้ามาช่วยอีก 2 นัด ก่อนจะวิ่งหนีออกมาแล้วถูกจับตัวไว้ได้ ส่วนปืนสั่งซื้อมาจากอินเทอร์เน็ตในราคา 1,500 บาท

เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา พยายามฆ่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนคุมตัวสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย