สนามข่าว 7 สี

วางมาตรการเที่ยวชมวาฬบรูด้าเชิงอนุรักษ์ จ.เพชรบุรี

หลังเกิดกรณีกลุ่มนักขับขี่เจ็ตสกี จัดทริปท่องเที่ยวทางน้ำ โดยขับขี่เจ็ตสกีกว่า 20 ลำ ไปชมวาฬบรูด้า บริเวณอ่าวไทยรูปตัว ก. จังหวัดเพชรบุรี จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะส่งผลกระทบต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของวาฬบรูด้า และสัตว์ทะเลบริเวณดังกล่าว

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (20 ต.ค.) นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่พร้อมกับ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือ ทช. เพื่อร่วมประชุมหารือกับประชาชน ผู้แทนชุมชน รวมถึงผู้ประกอบการเรือ เพื่อกำหนดมาตรการในระยะยาว รวมทั้งชี้แจงและทำความเข้าใจว่าการกระทำใดเข้าข่ายผิดกฎหมาย พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดการชมวาฬบรูด้าด้วย

โดยเรือท่องเที่ยว ไม่ควรนำเรือเข้าใกล้วาฬมากกว่ารัศมี 300 เมตร ใช้ความเร็วไม่เกิน 4 นอต ในรัศมี 100-300 เมตร และไม่เกิน 7 นอต ในระยะ 400 เมตร เรือที่เข้าชมในแต่ละครั้งต้องไม่เกิน 3 ลำ และไม่ควรแล่นเรือขวางทางหรือเร่งความเร็วไล่ตามวาฬบรูด้า เพราะอาจทำให้วาฬบรูด้าตกใจ หรือได้รับบาดเจ็บได้ หลีกเลี่ยงการใช้เจ็ตสกี หรือสปีดโบตในการเข้าชม

ที่สำคัญหากพบว่าเป็นวาฬแม่ลูก จะต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ไม่ควรเข้าใกล้มากกว่าระยะ 300 เมตร อีกทั้งวาฬบรูด้าใช้คลื่นเสียงในการสื่อสาร หาอาหาร และเดินทาง ดังนั้นต้องงดใช้เสียง หรือใช้เสียงน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวน หรือสร้างความเครียดให้กับวาฬบรูด้า

ขณะที่ อธิบดีกรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง ระบุด้วยว่า ในปีหน้าอาจมีระเบียบบังคับใช้ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น แต่ก็จะให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมด้วย

วาฬบรูด้า เป็นสัตว์ทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์ โดยได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ห้ามมิให้ผู้ใดล่า หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 3-15 ปี ปรับ 300,000 - 1,500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน หรือซากสัตว์ป่าสงวน โทษครอบครองคือจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ