สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ป.ป.ช.ชี้คดีรถหรูเลี่ยงภาษีต้องรออีกปี

จากรายงานย้อนรอยคดีรถหรูเลี่ยงภาษี ที่เรานำเสนอไปเมื่อวานนี้ (22 ต.ค.) ทำให้เห็นที่มาที่ไปของคดี และภาษีส่วนที่ขาด ซึ่งรัฐสูญเสียไปนับหมื่นล้านบาท แล้วเงินส่วนนี้จะไปเรียกร้องที่ใคร วันนี้มีคำตอบแล้ว เพราะล่าสุด ดีเอสไอ ได้ส่งสำนวนคดีไปให้ ป.ป.ช.และอัยการ พิจารณาแล้ว 134 สำนวน แต่ทำไมคดีนี้ถึงล่าช้า ไปติดตามจากรายงาน              

เอกสารที่เห็นอยู่นี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ถูกส่งมาประกอบสำนวนคดีรถหรูเลี่ยงภาษีของ ดีเอสไอ ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าชี้ชัดความผิดไปที่ใคร

แต่ในกระบวนการพิจารณาทำสำนวน ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม อดีตรองอธิบดี ดีเอสไอ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมสืบสวน บอกว่า ดีเอสไอ แบ่งคดีความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มรถที่อยู่ในความครอบครองของผู้ซื้อโดยสุจริต ซึ่งขณะนี้ได้ส่งมอบคืนรถให้กับผู้ครอบครองไปทั้งหมดแล้ว ส่วนอีกกลุ่มคือรถที่ตรวจยึดมาจากโชว์รูมของผู้จำหน่ายอิสระ เมื่อปี 2559 ขณะนี้ยังอายัดไว้ เพราะคดียังไม่สิ้นสุด 

ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ยังบอกด้วยว่า หลักฐานของรถที่เหลือ จนถึงขณะนี้ยังได้มาไม่ครบ โดยเฉพาะราคาจากโรงงานผลิต ทั้งใน อิตาลี และสหราชอาณาจักร ซึ่งต้องนำมาเทียบเคียงกับราคาที่สำแดงเพื่อนำเข้า นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้คดีล่าช้า ไม่ใช่เพราะถูกแทรกแซงจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 

ทั้งยังบอกด้วยว่า ขณะนี้สรุปสำนวนเสร็จแล้ว 134 สำนวน โดยได้ส่งไปให้อัยการ และ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว ในจำนวนนี้อย่างน้อย 10 สำนวน ถูกตีกลับให้มาตรวจสอบเพิ่ม และยังมีอีกกว่า 300 สำนวน ที่อยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารประกอบสำนวน

ขณะที่ฝั่งของ ป.ป.ช.ก็ออกมาย้ำชัด ไม่เคยล่าช้ากับการพิจารณาคดีรถหรูเลี่ยงภาษี ที่ทำให้รัฐสูญเสียรายได้นับหมื่นล้านบาท เพราะที่ผ่านมาได้มีการชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ศุลกากร ที่รู้เห็นเป็นใจไปแล้วบางส่วน โดยได้ส่งต้นเรื่องให้ต้นสังกัดดำเนินการต่อแล้ว

ซึ่งบางรายถูกให้ออกจากราชการ ขณะที่บางรายถูกโยกย้ายจากส่วนงานที่อาจเกี่ยวข้องกับสำนวนคดี แต่ กรมศุลกากร ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลถึงการดำเนินการภายใน เพื่อแก้ปัญหาการทุจริต

นอกจากการชี้มูลความผิด เจ้าหน้าที่ระดับ 8 ของกรมศุลกากรแล้ว ในเวลาต่อมา ยังชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ศุลกากรชำนาญการ เพิ่มอีก 1 คน ส่วน อดีตอธิบดีกรมศุลกากร หลักฐานยังสาวไปไม่ถึง ซึ่ง ป.ป.ช.ยืนยันว่า ยังไม่พ้นผิด เพราะยังมีอีกหลายสำนวนที่มีรายชื่อปรากฏว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง และยังต้องพิจารณากันต่อไป

นายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช.ซึ่งรับผิดชอบในสำนวนคดีทุจริตรถหรูเลี่ยงภาษี บอกด้วยว่า ในกระบวนการไต่สวน พบว่ามีภาคเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม รวมทั้งยังขาดเอกสารต้นฉบับจากโรงงานผลิตรถยนต์ในต่างประเทศ ซึ่งได้เร่งรัดไปหลายรอบแล้ว แต่ต้นทางแจ้งว่า มีเอกสารย้อนหลังเพียง 5 ปีเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้กระบวนการทำงานล่าช้าออกไปอีก

แต่เพื่อให้เกิดความคล่องตัวยิ่งขึ้น ป.ป.ช.ได้แบ่งการทำงานของคณะทำงานใหม่ โดยให้กระจายงานกันตรวจสอบ แบ่งเป็นกลุ่มตามประเภทของสำนวน หวังให้ดำเนินการรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่คาดว่าอาจต้องใช้เวลาอีกเป็นปี

ทั้งนี้จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าสำนวนคดีที่ถูกส่งมาจากดีเอสไอ ชุดแรกมีกว่า 100 สำนวน และยังมีชุดที่สองอีกเกือบ 300 สำนวน บางสำนวนอาจมีรถหลายคันเกี่ยวข้อง และบางสำนวนอาจเป็นการตรวจสอบแบบคันต่อคัน เพราะเป็นความผิดแบบต่างกรรมต่างวาระ ทั้งยังต้องแยกการดำเนินการระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับเอกชน ที่ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากพฤติกรรมการทุจริต

ในส่วนของอัยการ ก็ได้รับสำนวนชุดเดียวกับที่ ดีเอสไอ ส่งให้ ป.ป.ช. ซึ่งมีกรอบระยะเวลาดำเนินการว่าจะมีคำสั่งให้ฟ้องหรือไม่ หรือจะส่งกลับไปให้สอบเพิ่มเติมอีก ก็สามารถทำได้ ทั้งนี้หากการพิจารณายังไม่แล้วเสร็จ ก็สามารถขยายกรอบระยะเวลาในการพิจารณาออกไปได้อีก โดยทุกรอบอัยการจะแจ้งกลับไปให้ ดีเอสไอ ทราบ