เช้านี้ที่หมอชิต

รวบทันควัน คนคุมเรือโป๊ะเมา ชักปืนยิงใส่เรือยนต์ลากจูง อ้างฉุนถูกด่าบุพการี

เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจรวบทันควัน คนคุมเรือโป๊ะเมา ยิงปืนใส่เรือยนต์ลากจูง อ้างถูกต่อว่าถึงบุพการี จึงโมโหหยิบปืนไทยประดิษฐ์ที่ซื้อมา ยิงใส่เรือคู่กรณี เคราะห์ดีไม่ถูกเด็กชายอายุ 10 ขวบที่นอนอยู่

ตำรวจ สภ.พระประแดง เข้าตรวจสอบบริเวณท่าเทียบเรือข้ามฟากตาเลื่อน ในซอยเพชรหึงษ์ 26 ตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พบ นายปรีชา ตินชาติ อายุ 50 ปี คนขับเรือยนต์ลากจูง พร้อมลูกชายอายุ 10 ขวบ รอให้การอยู่ด้วยอาการตื่นตกใจ พร้อมพาไปดูร่องรอยกระสุนหลังถูกยิง บริเวณหน้าต่างเรือด้านซ้ายกระจกแตก ในที่เกิดเหตุพบหัวกระสุนตกอยู่บริเวณใกล้ที่นอนหวิดถูกเด็กชายอายุ 10 ขวบที่กำลังนอนหลับอยู่ในช่วงเกิดเหตุ

นายปรีชา เล่าว่า ขับเรือยนต์ลากจูงซึ่งลากเรือโป๊ะจำนวน 4 ลำ มาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วมาจอดบริเวณจุดเกิดเหตุ ช่วง 02.00 น. เมื่อวานนี้ (22 ต.ค.) เพื่อรอเรือมาถ่ายสินค้า จนช่วง 20.00 น. วานนี้ (22 ต.ค.) ได้ขับเรือไปเทียบเรือโป๊ะลำสุดท้าย โดยมี นายศิโรจน์ ทกเนตรพันธุ์ เป็นคนคุมเรือ และลูกเรืออีก 1 คน กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ท้ายเรือ

เมื่อเขาขับเรือไปเทียบแล้วบอกให้ทั้งคู่แก้เชือก เพื่อไปผูกใหม่ เพราะน้ำกำลังลงอาจจะทำให้เชือกที่ผูกไว้ดึงเรือจนเสียหาย แต่กลับถูกนายศิโรจน์ ที่อยู่ในอาการมึนเมาต่อว่าและโวยวาย จนเกิดมีปากเสียงกัน จากนั้น นายศิโรจน์ ได้เข้าไปหยิบปืนมายิงใส่เรือของเขา 1 นัด เคราะห์ดีที่กระสุนไม่ถูกเขาและลูกชายที่นอนหลับอยู่

หลังเกิดเหตุตำรวจสามารถจับ นายศิโรจน์ ได้ระหว่างที่กำลังจะกระโดดน้ำหลบหนี ก่อนคุมตัวไปที่เรือโป๊ะ พาไปค้นหาปืนที่ก่อเหตุ พบปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 51 นัด ซ่อนอยู่ใต้ที่นั่งห้องโดยสาร ตำรวจจึงยึดไว้พร้อมควบคุมตัว นายศิโรจน์ ที่ยังอยู่ในอาการมึนเมาไปสอบสวน

นายศิโรจน์ รับสารภาพว่า เป็นคนชักปืนยิงใส่เรือของคู่กรณีจริง เพราะว่าถูกด่าทอถึงบุพการี ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้นั่งดื่มเหล้าอยู่กับลูกเรือตั้งแต่ช่วงกลางวัน จนช่วงค่ำ นายปรีชา ได้สั่งให้แก้เชือกเรือ แต่เชือกเรือของเขาหมดแล้ว จึงเกิดมีปากเสียงกัน และเกิดเรื่องขึ้น ส่วนปืนที่ก่อเหตุซื้อมาเพื่อติดเรือไว้ป้องกันตัว

ตำรวจได้แจ้ง 3 ข้อหา คือ พยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต และพกพาปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป