7HD ร้อนออนไลน์

เจาะใจเจ้าของรถหรูวานรัฐเร่งสางคดี

คดีตรวจสอบรถหรูเลี่ยงภาษี ผ่านมาเกือบ 7 ปีแล้ว ยังทวงภาษีหมื่นล้านคืนรัฐไม่ได้ ผู้เสียหายหลายราย เรียกร้องให้รัฐเร่งแก้ปัญหา เพราะยังซื้อขายไม่ได้

นายพรชัย กิจตระกูลรัตน์ เจ้าของร้านทองที่รักรถหรูเป็นชีวิตจิตใจ วันนี้ถูกขัดล้างจอดนิ่งสงบ ในห้องกระจกภายในบ้านพักในจังหวัดจันทบุรี นายพรชัยบอกว่าซื้อรถ ลัมบอร์กีนี สีเหลือง คันนี้ มาจากโชว์รูมแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุง ราคา 23 ล้านบาท ขับได้ไม่นาน ก็ตกเป็นรถต้องสงสัย นำเข้าโดยหลีกเลี่ยงภาษี และถูกดีเอสไออายัดไว้ ขณะที่ตัวเองก็ถูกเรียกไปให้ข้อมูลซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่ต่างจากกลุ่มคนรักรถหรูอีก 30 คัน ซึ่งเป็นเพื่อนในวงการธุรกิจ

แต่จากนั้นไม่นาน ดีเอสไอ ก็ยอมคืนรถให้ โดยให้ขับและต่อทะเบียนได้ แต่ห้ามซื้อขายการได้รถคืนมา แต่ซื้อขายไม่ได้ ผิดวิสัยคนเล่นรถ เพราะรถเหมือนธุรกิจ แม้จะชอบแต่ก็ต้องเปลี่ยนมือเมื่อใช้ไป 2-3 ปี เพื่อให้เงินได้หมุนเวียนและได้รถรุ่นใหม่มาตอบสนองความชอบการที่รถขายไม่ได้ เงินที่ซื้อมา ก็ต่อยอดธุรกิจไม่ได้ แถมมูลค่ารถก็ลดลงทุกปี ตามรุ่นที่ออกใหม่มาทดแทน จึงอยากเรียกร้องให้ ดีเอสไอ เร่งดำเนินคดีให้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้แทนจำหน่ายอิสระ ที่ขายรถให้เพราะทั้งหมดเป็นเพียงผู้ซื้อ ที่อยากครอบครองโดยสุจริต และไม่คิดว่ารถที่ซื้อมา 23 ล้านบาท จะสร้างปัญหาได้

ตนลงทุนซื้อรถซูเปอร์คาร์มาใช้ ไม่ใช่แค่ความนิยมชมชอบในรูปลักษณ์และสมรรถนะที่ขับขี่คล่องตัวเท่านั้น แต่รถซูเปอร์คาร์ ยังเป็นสื่อกลางทำให้เชื่อมธุรกิจกับคนที่รักรถหรูเหมือนกันได้ ไม่ต่างกับนักธุรกิจส่วนใหญ่ ที่ตีกอล์ฟเพื่อเจรจาการค้าและความชอบในตัวรถ ยังส่งต่อไปถึงลูกชาย วันนี้ไปถอยรถในดวงใจราคาคันละ 30 ล้านบาทออกมาอีก 2 คัน แต่ไม่มีปัญหาเหมือนคันแรก นี่เป็นเสียงสะท้อนที่อยากให้ดังไปถึงผู้รับผิดชอบในคดีพร้อมบอกด้วยว่า สิ่งที่ตนและเพื่อนคนรักรถหรูทั้งกลุ่มอีก 30 คัน อยากได้ที่สุดในขณะนี้ คือให้รัฐบาล ดำเนินการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อปลดล็อกปัญหา และหามาตรการมาอุดช่องว่างของปัญหาการทุจริต รถเลี่ยงภาษีนำเข้า เพื่อไม่ให้กระทบต่อวงการคนรักรถหรูซ้ำอีก

ถึงวันนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้น ยังหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ เพราะดีเอสไอ ก็ไม่ฟันธงว่าใครคือคนผิด ในฐานะผู้ครอบครองรถโดยสุจริต ก็ไม่รู้จะไปเรียกร้องค่าเสียหายจากใครและเรียกร้องในแง่มุมใดได้บ้าง ให้คุ้มกับค่าเสียหายที่เกิดขึ้น จึงอยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งกำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษเร่งสะสางคดีนี้ ให้เร็วที่สุด เพื่อให้ภาษีที่ขาดหายไปกว่าหมื่นล้านบาท คืนกลับสู่รัฐ นี่เป็นเพียงเสียงเรียกร้องของคนรักรถหรู ที่หวังพึ่งกระบวนการยุติธรรม แล้วในมุมของคนทำธุรกิจจำหน่ายรถหรูนำเข้าอิสระ อยู่กันอย่างไร ในวันที่ข้อกฎหมายยังไม่ชัดเจน กี่แห่งต้องปิดตัวลง เพื่อหนีปัญหา และดอกเบี้ยที่กู้ยืมมาลงทุนที่พอกพูนขึ้นทุกวัน

ต้องบอกว่าคดีนี้ซับซ้อนมาก โดยเฉพาะที่มาของการนำเข้า แต่ผู้เสียหายเหล่านี้ ซื้อรถโดยสุจริตและไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการสำแดงภาษีต่ำกว่าความเป็นจริง แต่จนถึงวันนี้ สิทธิที่เขาพึงได้จากราคาที่ซื้อ ถึง 23 ล้านบาท ได้มาเพียงการครอบครอง แต่ซื้อขายไม่ได้ ขณะที่ภาษีเกือบหมื่นล้านบาทที่รัฐควรจะได้คื เพื่อนำมาใช้จ่ายในประเทศ ก็ยังไม่มีใครมาชำระทั้งที่ผ่านมาเกือบ 7 ปีแล้ว