7HD ร้อนออนไลน์

ชี้ช่องปมรถหรูเลี่ยงภาษี

รัฐยังไม่ได้รับการชำระภาษีส่วนที่ขาด จากการสำแดงการนำเข้ารถหรูต่ำกว่าความเป็นจริง ที่ดีเอสไอ ตรวจสอบพบกว่า 9 พันล้านบาท เนื่องจากคดียังไม่แล้วเสร็จ

ดีเอสไอเริ่มตรวจสอบการนำเข้ารถยนต์ตั้งแต่ปี 2551 ถึงปี 2559 พบว่า มีรถยนต์เข้าข่ายสำแดงภาษีต่ำกว่าความเป็นจริง ถึง 1 พัน 383
คัน เป็นรถจากสหราชอาณาจักร 1,047 คัน อิตาลี 336 คัน รวมภาษีที่ชำระขาดกว่า 9,070 ล้านบาท

ล่าสุดได้ส่งสำนวนให้อัยการ 134 สำนวน และอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้นำเข้ารถ ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ จึงยังไม่มีผู้นำเข้ารายใด มาชำระภาษีส่วนที่ขาด คืนแก่รัฐ

ปัญหาการชำระภาษีนำเข้ารถยนต์ต่ำกว่าความเป็นจริง มีการตรวจสอบย้อนไปตั้งแต่ปี 2551 ถึง 2555 พบว่ามีการตรวจปล่อยรถจากด่านต่างๆ มากถึง 32,477 คัน โดยด่านศุลกากรที่ปล่อยรถมากที่สุดคือ สำนักงานศุลกากรกรุงเทพฯ รองมาคือท่าเรือแหลมฉบัง ถัดมาคือลาดกระบัง 

จุดที่มีปัญหามากที่สุดคือช่วงปี 2552 เพราะเป็นช่วงที่กรมศุลกากรให้อำนาจเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพียงคนเดียว ประเมินทั้งราคาและตรวจปล่อย ตามระบบ single official เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ทำให้ยอดการนำเข้าหลังจากนั้น สูงขึ้นเป็นหลักหมื่นคันต่อปี ใน 2 ปีถัดมา

กระทั่งปี 2555 มีการร้องเรียนจากตัวแทนจำหน่ายโดยตรงจากผู้ผลิตว่าถูกขายตัดราคาโดยตัวแทนจำหน่ายอิสระ เป็นครั้งที่ 2 นี่ทำให้กรมศุลกากรเริ่มเข้ามาตรวจสอบสาเหตุ พร้อมกับสั่งแก้ไขระเบียบการตรวจปล่อย โดยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาร่วมกันพิจารณาราคา แทนการให้สิทธิเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจปล่อยเพียงคนเดียว จากนั้นการสำแดงราคาการนำเข้า ก็เริ่มกลับมาเป็นมาตรฐานเดิม
              

ปัญหานี้ปะทุขึ้นอีกครั้งในปี 2556 เกิดเหตุไฟไหม้รถเทรลเลอร์ที่ตำบลกลางดง จังหวัดนครราชสีมา ทำให้รถหรูถูกไฟไหม้ 4 คันจากทั้งหมด 6 คัน ดีเอสไอ สงสัยเหตุใดต้องนำรถหรูไปจดทะเบียนต่างจังหวัด และทำไมรถหรูถึงต้องติดถังก๊าซ จึงเข้ามารับเป็นคดีพิเศษ และเริ่มการตรวจสอบปัญหาจนพบที่มาของคดีรถหรูเลี่ยงภาษี ซึ่งถึงวันนี้ 7 ปีแล้ว แต่ยังทวงคืนภาษีส่วนที่ขาดนับหมื่นล้านบาทคืนแก่รัฐไม่ได้แม้แต่รายเดียว เพราะคดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด