ประเด็นเด็ด 7 สี

ล่าตัวคนร้าย แค้นเสียพนันไก่ชนคู่ละ 1 หมื่นบาท จ่อยิงคู่กรณีดับ 1 คน เจ็บ 1 คน

ประเด็นเด็ด 7 สี - ตำรวจออกหมายจับคนร้าย ชนไก่แพ้แล้วพาล บุกยิงเซียนไก่ที่ชนะเสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 1 คน แค้นทำเสียพนันไก่ชนคู่ละ 10,000 บาท ตรวจสอบพบมีประวัติอาชญากรรมเพียบ ตำรวจเร่งไล่ล่าตัวมาดำเนินคดี ติดตามเรื่องนี้จากรายงานของคุณกรองทอง จันทะบุรม

นี่เป็นภาพเหตุการณ์ชุลมุน ขณะที่เซียนไก่ชน 2 กลุ่มกำลังรุมชกต่อยกันอยู่ภายในสนามไก่ชน ตลาดลุงสน ตำบลดอนหัวฬ่อ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้นถึง 3 นัด ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องวิ่งหนีตายกันไปคนละทิศละทาง

หลังสิ้นเสียงปืนตำรวจเข้าตรวจสอบ พบ นายวิรัตน์ ศรีสวัสดิ์ อายุ 34 ปี ถูกยิงเข้าที่หน้าอกซ้าย กระสุนทะลุชายโครงขวา หมดสติอยู่บริเวณประตูทางออก หน่วยกู้ภัยฯพยายามปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต แต่ไม่สำเร็จ

นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้บาดเจ็บอีก 1 คน คือ นายอดิศักดิ์ คำบุตร เพื่อนของนายวิรัตน์ ถูกยิงเข้าที่ชายโครงซ้ายบาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ภัยฯต้องเร่งปฐมพยาบาลให้ ก่อนนำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาล เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วง 15.00 น. วานนี้ (27 ต.ค.) 

ตำรวจสอบปากคำพยานแวดล้อม ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายวิรัตน์ และเพื่อน ได้นำไก่ชน มาแข่งชนกับไก่ของนายสุพจน์ สงวนพงศ์ หรือโหน่ง อายุ 35 ปี โดยมีการลักลอบเล่นการพนัน วางเงินเดิมพันฝ่ายละ 5,000 บาท แต่เมื่อจบการแข่งขัน กรรมการตัดสินให้ไก่ของนายสุพจน์แพ้ ต้องเสียเงินเดิมพัน เป็นเหตุให้เขาไม่พอใจ ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับนายวิรัตน์ ก่อนจะชักปืนยิงนายวิรัตน์เสียชีวิต และเพื่อนบาดเจ็บสาหัส ส่วนตัว นายสุพจน์ ใช้ช่วงที่ชุลมุนวิ่งหลบหนีไป

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า สนามซ้อมไก่ชนตลาดลุงสน เป็นสนามซ้อมไก่ที่มีใบอนุญาตถูกต้อง ส่วนการลักลอบเล่นการพนันในสนามซ้อม ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลหาผู้กระทำผิดเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ได้ปิดสนามซ้อมชนไก่เอาไว้ก่อน จนกว่าการสอบสวนคดีจะแล้วเสร็จ

ตำรวจตรวจสอบประวัติ นายสุพจน์ พบว่า เขามีประวัติอาชญากรรมหลายคดี ทั้งคดีเกี่ยวกับทำร้ายร่างกาย และคดีพกพาอาวุธปืน จึงได้กำชับตำรวจที่ลงพื้นที่ติดตามตัวคนร้าย ให้ทำงานกันด้วยความรอบคอบ และระมัดระวัง

ล่าสุดวันนี้ ตำรวจได้ขอศาลอนุมัติหมายจับ นายสุพจน์ แล้ว ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่า และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งหากใครพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสเข้ามาได้ที่สถานีตำรวจภูธรดอนหัวฬ่อ หรือสถานีตำรวจใกล้บ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง