สนามข่าว 7 สี

จับชาวโอมาน หลอกขายสินค้าออนไลน์ มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

การหลอกลวงขายสินค้าทางออนไลน์ ที่ให้ลูกค้าโอนเงินค่าสินค้าก่อน แต่ไม่ส่งสินค้าให้ ไม่ใช่มีแต่ในประเทศไทยเท่านั้น เมื่อวานนี้ มีการแถลงผลการจับกุมชาวโอมานที่ใช้วิธีการเดียวกันนี้ หลอกลวงเงินไปได้เกือบ 10 ล้านบาท   

ผู้ต้องหาที่ตำรวจจับกุมตัวได้ คือ นายซาอิฟ ชาวโอมาน ที่มีหมายจับของตำรวจสากล จากการก่อเหตุหลอกลวงเหยื่อนับสิบราย ด้วยการทำธุรกิจซื้อขายสินค้าทางออนไลน์ แต่ไม่ส่งสินค้าให้กับลูกค้า มีมูลค่าความเสียหายเกือบ 10 ล้านบาท
              
เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุในประเทศ พอถูกออกหมายจับก็หนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทย แต่ก็ยังคงใช้ช่องทางอินเทอร์เน็ต ก่อเหตุหลอกลวงเพื่อนร่วมชาติอย่างต่อเนื่อง เงินที่ได้มาก็นำไปใช้จ่ายท่องเที่ยวในประเทศแถบภูมิภาคอาเซียน รวมถึงประเทศไทยด้วย

สำหรับการจับกุมตัวนายซาอิฟ จากการตรวจสอบพบว่าได้เดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เจ้าหน้าที่สืบสวนจนได้เบาะแสว่าไปหลบกบดานอยู่ในอำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต จึงไปติดตามจับกุมตัวมาได้

อีกคดีเป็นการจับกุมนายโพน ซอน นายซกเมียน และเด็กชายอายุ 14 ปี อีก 2 คน ซึ่งเป็นพระและเณรชาวกัมพูชา ที่ลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทย อาศัยผ้าเหลืองออกบิณฑบาตตามแหล่งชุมชนต่าง ๆ ในเขตอำเภอนครไชยศรี และอำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม แต่การบิณฑบาตของพระเณรกลุ่มนี้ชาวบ้านบอกว่าจะปฏิเสธไม่รับอาหาร รับแต่เงินสดเพียงอย่างเดียว ชาวบ้านเห็นว่ามีพฤติกรรมอย่างนี้ ก็ทนไม่ไหว เลยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไปตรวจสอบ

สำหรับการเดินทางเข้ามาก่อเหตุ ผู้ต้องหาให้การว่าลักลอบเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติในจังหวัดสระแก้ว และอ้างว่าไปพักอยู่ที่สำนักปฏิบัติธรรมพุทธชยันตี 2,600 ปี และออกเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านตามแหล่งชุมชนทุกวัน

และยังมีการจับกุมตัวหนุ่มชาวจีน ที่หลบหนีคดีฉ้อโกงด้วยการชักชวนเหยื่อให้นำเงินมาลงทุน แล้วจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเหมือนแชร์ลูกโซ่ เมื่อมีผู้หลงเชื่อโอนเงินให้ก็หอบเงินหนีออกนอกประเทศ โดยการก่อเหตุของผู้ต้องหา พบว่ามีมูลค่าความเสียหายเกือบ 400 ล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณเกือบ 2,000 ล้านบาท สำหรับผู้ต้องหารายนี้จากการตรวจสอบจากระบบไบโอเมทริกซ์ พบว่าเคยใช้หนังสือเดินทางปลอมของประเทศอินโดนีเซีย เดินทางผ่านเข้าออกระหว่างประเทศไทย สปป.ลาว และกัมพูชา

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยสถิติการการจับกุมและผลักดันชาวต่างชาติที่หนีคดีเข้ามาอยู่ในไทย รวมถึงชาวต่างชาติที่ก่อคดีในประเทศไทย ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ได้รวมทั้งสิ้น 84,009 คน