สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : คุมตัวชายอ้างเป็นตำรวจกระทำชำเราหญิงสาว ไปทำแผนฯ จ.บุรีรัมย์

กรณีชายคนร้ายอ้างตัวเป็นตำรวจ ขับรถปาดหน้าเยาวชนหญิงและนักเรียนอาชีวะแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ แล้วเรียกให้หยุดรถจักรยานยนต์ อ้างว่าขี่รถไม่สวมหมวกกันน็อก และขอตรวจค้นยาเสพติด ก่อนข่มขู่นำตัวขึ้นรถ พาไปข่มขืนกระทำชำเรา ล่าสุดตำรวจตามไปรวบตัวคนร้ายคนนี้ได้คาบ้านที่จังหวัดร้อยเอ็ด พบมีประวัติเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันอย่างโชกโชน ลงสนามข่าวนี้กับ คุณสุพรรษา คงเหล็ก

เสียงตะโกนสาปแช่งจากญาติของผู้เสียหายและชาวบ้าน พร้อมกับเรียกร้องต้องการอยากให้ประหารชีวิต ระหว่างที่ตำรวจคุมตัว นายสฐาน อ่อนดีกุล อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาที่อ้างตัวเป็นตำรวจ ก่อเหตุขู่บังคับเยาวชนหญิงอายุ 16 ปี และนักเรียนอาชีวะแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ไปข่มขืนและกระทำอนาจาร โดยทั้ง 2 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันเดียวกัน เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในเขตอำเภอสตึก และอำเภอแคนดง

หลังจากผู้ปกครองพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ตำรวจสืบหาเบาะแส จนกระทั่งนำไปสู่การจับกุมตัวผู้ต้องหาคนนี้ ได้ที่บ้านพักในอำเภอปทุมรัตน์ จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อช่วงเช้ามืด วานนี้ ก่อนคุมตัวมาสอบสวน ทีแรกปากแข็งไม่ยอมรับ แต่ต้องจนมุม เมื่อผู้เสียหายชี้ตัวยืนยันว่าเป็นผู้ก่อเหตุคนเดียวกัน ที่สุด นายสฐาน จึงรับสารภาพว่าได้กระทำชำเราและลวนลามผู้เสียหายทั้ง 2 คน จริง

ต่อมาตำรวจจึงคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จุดแรกบริเวณหน้าโกดังร้างในตำบลนิคม อำเภอสตึก ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาขับรถเก๋งปาดหน้ารถจักรยานยนต์นักเรียนอาชีวะ ก่อนขู่บังคับขึ้นรถ แล้วลงมือข่มขืนในรถ

อีกจุดบริเวณตำบลดงพลอง อำเภอแคนดง ที่ผู้ต้องหาขับรถตามประกบเยาวชนหญิงอายุ 16 ปี แล้วขู่บังคับให้ขึ้นรถเก๋งไปกระทำอนาจาร จากการสืบสวนผู้ต้องหามีพฤติการณ์เดียวกัน โดยจะแสดงตัวเป็นตำรวจเข้าไปขอตรวจใบขับขี่ และขู่เหยื่อว่าไม่สวมหมวกกันน็อก เป็นการกระทำผิดกฎหมาย

จากนั้นได้ออกอุบายว่าจะพาไปเสียค่าปรับ และตรวจค้นยาเสพติด ซึ่งจากการตรวจสอบพบมีประวัติก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วในหลายพื้นที่ ตำรวจจึงนำตัวไปดำเนินคดีในข้อหากระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, พาบุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร, พรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร ทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ และแสดงตนและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว

นี่เป็นอีกพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อสังคม โดยเฉพาะหญิงสาว อย่าหลงเชื่อบุคคลที่มีพฤติการณ์แอบอ้างเป็นตำรวจ เพราะอาจตกเป็นเหยื่อ ถูกล่อลวงไปข่มขืนกระทำอนาจารได้อย่างง่ายดาย