สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : หนุ่มไลฟ์สดกรีดหน้า ฝันสลายได้แค่เงินต้น

กรณีหนุ่มคนหนึ่งที่ออกมาไลฟ์สดกรีดหน้า แถมขู่จะฆ่าตัวตายในโลกโซเชียล หาก มะนาว หนึ่งในลูกทีมแชร์แม่มณีไม่ยอมคืนเงินให้ จนมีการเจรจานัดหมายเคลียร์เงินคืนในวันที่ 5 พฤศจิกายน ล่าสุด หนุ่มคนนี้ได้เงินคืนแล้ว แต่ยังไม่เป็นที่พอใจ ขณะที่ มะนาว ก็เปิดใจว่าคืนเงินต้นให้ก็ดีแล้ว เพราะยังมีลูกแชร์อีกจำนวนมากต้องรับผิดชอบ ติดตามจากรายงาน 

กลายเป็นมหากาพย์ที่ต้องตามกันต่อกับแชร์แม่มณี เมื่อหนุ่มไลฟ์สดกรีดหน้าตัวเองประกาศลั่นโลกโซเชียล หาก มะนาว ลูกทีมแชร์แม่มณีไม่คืนเงินจำนวน 140,000 บาท ในวันที่ 5 พฤศจิกายน ตามที่นัดหมายกันไว้ ถึงขั้นขู่จะจบชีวิตตัวเองทันที  
              
ทีมข่าว 7HD ติดต่อไปยังหนุ่มคนนี้อีกครั้ง เปิดใจว่า มะนาว ได้โอนเงินกลับคืนมาให้เพียง 55,000 บาทเท่านั้น โดยมะนาวให้เหตุผลว่า ที่ผ่านมาตนเองเคยได้รับดอกเบี้ยจากการเล่นแชร์รวมกันแล้วเป็นเงิน 85,000 บาท จึงเอาเงินดอกเบี้ยก้อนนี้ที่ตนเองได้ไปหักลบออกจากเงินต้นที่ลงแชร์ไปครั้งล่าสุด 140,000 บาท ซึ่งก็จะเหลือเงินตามจำนวนที่มะนาวได้โอนกลับคืนมาให้ กลายเป็นว่าตนเองไม่ได้อะไรเลย แถมยังต้องมาแบกรับภาระดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบถึงร้อยละ 20 ซึ่งตนเองได้ไปกู้เงินมาเล่นแชร์ สุดท้ายได้ยื่นคำขาดกับมะนาว ต้องชดใช้ค่าดอกเบี้ยมาให้ตัวเองในอัตราร้อยละ 20 หรือคิดเป็นเงิน 28,000 บาท หากไม่ยอมก็จะไปแจ้งความดำเนินคดี ส่วนเรื่องคิดสั้นฆ่าตัวตาย หนุ่มคนนี้ยืนยันไม่ทำแล้ว

ขณะที่ มะนาว ให้สัมภาษณ์ทางโทศัพท์กับทีมข่าว 7HD โต้กลับว่าตนเองให้เงินต้นคืนจำนวนเท่านี้ก็ดีแล้ว เพราะยังมีลูกแชร์ที่ต้องรับผิดชอบอีกจำนวนมาก รวมเป็นเงินกว่า 71 ล้านบาท และอ้างว่าตนเองก็ถูกท้าวแชร์แม่มณีโกงมาอีกทอดหนึ่งต้องไปหากู้เงินมาทยอยชดใช้เช่นกัน พร้อมกับชี้แจงอีกว่า วันนั้นที่รับปากจะคืนเงินให้ ก็เพราะเห็นใจหนุ่มกรีดหน้าคนนี้ที่คิดสั้นจะฆ่าตัวตาย แถมยังอ้างเป็นหนี้นอกกระบบเพราะกู้เงินมาเล่นแชร์ และไม่เคยได้รับดอกเบี้ยอะไรเลย แต่พอตนเองมาตรวจสอบดูทีหลัง พบว่าหนุ่มคนนี้โกหก จริง ๆ เล่นแชร์มา 5 ครั้งแล้ว ได้เงินดอกเบี้ยรวมกันกว่า 80,000 บาท ตนเองจึงจำเป็นต้องชดใช้เงินคืนเพียงเงินต้นเท่านั้น ไม่คิดจะโกงใคร ยืนยันเงินทุกบาทที่ลูกแชร์โอนมา ตนเองก็โอนต่อให้เดียร์ หรือ แม่มณี ทุกบาททุกสตางค์ มีหลักฐานเก็บไว้ทุกอย่าง แต่ขอเปิดเผยในชั้นศาล

เมื่อต่างฝ่ายต่างงัดเหตุผล หลักฐานของตนเองมาสู้ การเจรจาชดใช้หนี้จะเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ ต้องจับตาดูกันต่อไป