7HD ร้อนออนไลน์

ญาติเด็ก 15 แจ้งความดำเนินคดีตัวแทนลิขสิทธิ์แล้ว

จากกรณีที่เด็กหญิงอายุ 15 ปี ถูกตัวแทนลิขสิทธิ์วางแผนล่อซื้อจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เนื่องจากเด็กหญิงได้ประดิษฐ์กระทงลายการ์ตูนดังขาย หลังมีคนโทรมาสั่งให้ทำกระทงแล้วนัดให้เด็กหญิงไปส่งตามที่นัดไว้ แต่กลับถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ซึ่งนำตำรวจมาจับกุม พร้อมเรียกเงินค่าปรับจำนวน 50,000 บาท เพื่อเป็นการไกล่เกลี่ย

ล่าสุด คุณตาของเด็กหญิงอายุ 15 ปี ซึ่งเป็นอดีตนายตำรวจ พร้อมพ่อแม่ของเด็กหญิง ได้ไปพบพนักงานสอบสวน ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อแจ้งความนายประจักษ์ โพธิผล กับพวก ที่อ้างเป็นตัวแทนดูแลลิขสิทธิ์ ในข้อหากรรโชกทรัพย์
คุณตาเด็กหญิงอายุ 15 ปี เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ตัวแทนลิขสิทธิ์ทำกับเด็กอายุ 15 ปี ได้ลงคอ ส่วนที่นายประจักษ์  ผู้รับมอบอำนาจการละเมิดลิขสิทธิ์ อ้างว่าไม่ได้ทำการล่อซื้อ ตนเองเป็นอดีตตำรวจมาก่อนไม่เชื่อ เพราะพฤติกรรมมันฟ้องว่าทำกันเป็นทีมและวางแผนเป็นอย่างดี ส่วนเงินที่เรียกไปนั้น ทางเจ้าหน้าที่ลิขสิทธิ์ พยายามพูดจาหวาดล้อมต่างๆนานา เพื่อให้เกิดความกลัวและต้องจ่ายเงินชดใช้ในที่สุด ซึ่งเด็กมีนิสัยเป็นคนขยันทำมาหากิน

ส่วนการทำกระทงรูปการ์ตูนละเมิดลิขสิทธิ์นั้น คุณตาเด็กหญิงอายุ 15 ปี กล่าวว่า มันมีการจูงใจให้ทำ ซึ่งตนไม่มีการยอมความอย่างแน่นอนและจะดำเนินการให้ถึงที่สุด เพื่อให้เป็นคดีตัวอย่าง เพราะเริ่มมีผู้เสียหายออกมาหลายรายแล้ว อีกทั้งอยากให้บริษัทแม่ที่อยู่ต่างประเทศตามที่นายประจักษ์ ออกมาชี้แจงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ให้ตรวจสอบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ และประเด็นที่ว่าตำรวจเข้าไปเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ลิขสิทธิ์นั้น มองว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์มากกว่า

ด้านพันตำรวจเอกคเชนท์ เสตะปุตตะ ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า นายประจักษ์ โพธิผล ผู้รับมอบอำนาจจาก บริษัท พอส์ อิงค์ จำกัด และบริษัท ซาน-เอกซ์ จำกัด ได้นำเอกสารมาแสดงกับตำรวจพบว่า เอกสารมีการระบุชื่อบริษัทชัดเจน ซึ่งอาจเป็นบริษัทเครือข่ายของบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์รายใหญ่ ซึ่งตำรวจขอเวลาในการตรวจสอบว่าเอกสารดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่ หากเป็นเอกสารปลอม พนักงานสอบสวนก็จะแจ้งข้อหาฐานแจ้งความเท็จ และใช้เอกสารปลอม แต่หากเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ที่ได้รับมอบอำนาจจริงก็คงจะจบขั้นตอนในส่วนนี้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย และตำรวจก็ปฏิบัติไปตามหน้าที่ และยืนยันว่าตำรวจไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเงินค่าเสียหาย ที่คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาไกล่เกลี่ยตกลงกันเองแต่อย่างใด