7hdร้อนออนไลน์

เตรียมออกหมายเรียกกลุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์

จากกรณีที่ตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์การ์ตูนชื่อดัง วางแผนล่อจับกุมเด็กหญิงอายุ 15 ปี ผลิตกระทงลายการ์ตูนดังขายเพื่อหารายได้พิเศษ และถูกเรียกค่าเสียหาย 50,000 บาท แต่ได้มีการเจรจาตกลงจ่ายค่าเสียหาย 5,000 บาท แล้วยอมถอนแจ้งความ

หลังกระแสข่าวแพร่สะพัดออกไป ปรากฏว่ามีผู้เสียหายจำนวนมาก ที่เคยถูกกลุ่มตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์ล่อซื้อและจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์หลากหลายชนิดสินค้า เช่น แก้วเก็บความเย็น กระทง สติ๊กเกอร์ เสื้อ ซองพลาสติกใส่โทรศัพท์มือถือ และอื่น ๆ รวม 22 คน นำหลักฐานไปปรึกษาข้อกฎหมายกับทีมทนายความอาสาจากสภาทนายความ จ.นครราชสีมา เพื่อรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริง พิจารณาดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับกลุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์ ซึ่งอาจเข้าข่ายฐานกรรโชกทรัพย์ กักขังหน่วงเหนี่ยว รวมถึงฐานความผิดแจ้งความเท็จ และใช้เอกสารปลอม โดยแต่คนละถูกกระทำในลักษณะเดียวกันทั้งหมด คือ ติดต่อล่อซื้อสินค้า แล้วพาตำรวจไปจับกุมขณะนัดหมายส่งสินค้า ก่อนนำตัวมาเข้าห้องมืดเจราจรไกล่เกลี่ย เรียกค่าเสียหาย ข่มขู่หากไม่ยอมจ่ายจะถูกดำเนินคดีถึงขั้นจำคุก ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ทั้งที่เป็นวัยรุ่นและวัยเริ่มต้นการทำงาน โดยจะถูกเรียกค่าเสียหายรายละ 10,000บาท ถึง 50,000 บาท สูงสุด 100,000 บาท รวมค่าเสียหายทั้งหมดประมาณ 4 แสนบาท

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเดินทางมาติดตามคดีล่อซื้อจับกุมเด็กหญิงอายุ 15 ปี ที่ทำกระทงละเมิดลิขสิทธิ์ขาย ก่อนประชุมหารือกับ พล.ต.ท.พูนทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยได้พาตัวเด็กหญิงอายุ 15 ปี พร้อมผู้ปกครอง เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง

เด็กหญิงอายุ 15 ปี ให้การถึงรายละเอียดการถูกจับกุมตั้งแต่ต้นจนถึงขั้นตอนการจ่ายเงินค่าเสียหายอย่างละเอียดรอบด้าน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาถึงพฤติการณ์ของแก๊งตัวแทนลิขสิทธิ์เข้าข่ายการกรรโชกทรัพย์จากเด็กสาว จึงสั่งการให้ผู้ปกครองพาเด็กสาวนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำผิด

พล.ต.อ.วิระชัย เปิดเผยว่า ตำรวจพิจารณาจากพยานหลักฐานแล้ว พบว่าพฤติกรรมของกลุ่มตัวแทนรับช่วงบริษัทลิขสิทธิ์ เข้าข่ายกรรโชกทรัพย์เหยื่อผู้เสียหาย โดยเฉพาะกรณีของเยาวชนอายุ 15 ปี เนื่องจากคนของตัวแทนลิขสิทธิ์เป็นผู้สั่งให้น้อง 15 ปี ผลิตกระทงลวดลายการ์ตูนเอง เพื่อเป็นหลักฐานนำไปสู่การจับกุมคดีละเมิดลิขสิทธิ์ เท่ากับว่าบริษัทลิขสิทธิ์การ์ตูนไม่ได้เกิดความเสียหาย เพราะเขาสั่งน้องให้ทำ รวมถึงซื้อขายด้วยเงินเพียง 500 บาท นำไปสู่การข่มขู่เรียกเงิน 50,000 บาท สุดท้ายเจรจาเหลือ 5,000 บาท แบบนี้ไม่เข้าข้อกฎหมายฐานความผิดละเมิดลิขสิทธิ์ พฤติการณ์จึงเข้าข่ายข่มขู่กรรโชกทรัพย์

หลังพิจารณาความผิดของกลุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์แล้ว ได้ให้เด็กหญิงอายุ 15 ปี พร้อมผู้ปกครอง ซึ่งอยู่ในฐานะผู้เสียหาย เข้าแจ้งตำรวจกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีฐานกรรโชกทรัพย์ หลังจากนี้จะได้ออกหมายเรียกตัวกลุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์ประมาณ 4-5 คน ซึ่งทราบตัวหมดแล้วให้มาพบพนักงานสอบสวน เข้าสู่ขั้นตอนตามกฎหมาย หากยังฝ่าฝืนก็จะต้องมีการออกหมายจับตามขั้นตอน ส่วนผู้เสียหายรายอื่นๆ ทั้ง 21 ราย ที่ถูกกลุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์ข่มขู่เรียกเงินในลักษณะเดียวกัน ก็ถือเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ ก็จะต้องนำหลักฐานแจ้งความเพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายเช่นกัน

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวต่อด้วยว่า คดีนี้ถือเป็นการใช้กฎหมายลิขสิทธิ์มาหากินกับเด็กเยาวชน พ่อค้าแม่ค้า ลักษณะเข้าข่ายข่มขู่กรรโชกทรัพย์ กลุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์จะต้องถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยสั่งการให้ตำรวจไล่ล่าจับกุมตัวมาดำเนินคดี ซึ่งความผิดกรรโชกทรัพย์ถือเป็นคดีอาญา มีโทษสูงสุดจำคุก 5 ปี และปรับเงินตามความเสียหาย หรือโทษทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดต่างกรรมต่างวาระ หากผู้เสียหาย 20 คน โทษจำคุกคนละ 5 ปี ก็อาจมีโทษจำคุกถึง 100 ปี