เช้านี้ที่หมอชิต

ลูกชายยอมรับช่วยพ่อนำศพแม่ลงหลุม ฝังดินนาน 2 ปี

เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจคุมตัวสามีที่ก่อเหตุขุดหลุมฝังภรรยา เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ไปฝากขังศาลจังหวัดหลังสวน โดยสามียังคงอ้างว่าภรรยาติดเหล้าอย่างหนัก แล้วเป็นลมเสียชีวิตเอง จึงนำศพมาฝังไว้ เนื่องจากไม่มีเงินจัดงานศพ ขณะที่ลูกสาวเผย น้องชายรับสารภาพแล้วว่าช่วยพ่อนำศพแม่ไปฝัง

หลังจากที่ตำรวจได้รับแจ้งจากหญิงอายุ 24 ปี และน้องชายอายุ 17 ปี ว่าแม่หายไปจากบ้านเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยเธอพยายามตามหาแม่มาตลอดเกือบ 2 ปี เมื่อถามพ่อก็จะได้รับคำตอบว่าแม่ไปอาศัยอยู่กับญาติ ที่ผ่านมาเธอมีความสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของพ่อและน้องชายมาตลอด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ได้พูดกดดันน้องชายจนยอมบอกว่า แม่ถูกพ่อฆ่าตาย แล้วขุดหลุมฝังไว้บริเวณต้นไม้หน้าบ้านพักคนงานภายในสวนปาล์ม โดยพ่อสั่งห้ามน้องชายนำเรื่องนี้ไปบอกคนอื่น ไม่อย่างนั้นจะถูกฆ่าฝังในหลุมเดียวกัน

ต่อมาตำรวจได้คุมตัวชายอายุ 52 ปี อาชีพรับจ้างตัดปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นสามีของผู้เสียชีวิตมาสอบปากคำ จนเขารับสารภาพว่าเป็นคนฝังภรรยาไว้ที่ตลาดเอกชนแห่งหนึ่ง ริมถนนเขาเงิน เขตเทศบาลเมืองหลังสวน อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร โดยอ้างว่าภรรยาติดเหล้าอย่างหนัก วันเกิดเหตุเมาแล้วเป็นลมเสียชีวิต ซึ่งเขาไม่อยากให้ใครลำบากและต้องเดือดร้อนในการจัดงานศพ เพราะต้องใช้เงินจำนวนมาก จึงได้ขุดหลุมฝังศพไว้ เจ้าหน้าที่จึงนำรถแบ็กโฮไปขุดเพื่อหาศพ

หลังสอบปากคำสามีแล้ว ตำรวจได้คุมตัวเขาส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดหลังสวน ขณะที่ลูกสาวและลูกชายของผู้เสียชีวิตได้จุดธูปบริเวณจุดที่พ่ออ้างว่าฝังร่างแม่ไว้ ซึ่งลูกสาวเล่าว่าจากการพูดคุยกับพ่อ บอกว่า วันเกิดเหตุแม่ดื่มเหล้าอย่างหนัก ก่อนจะเดินกลับบ้าน แต่ยังไม่ทันถึงบ้านก็เป็นลมล้มอยู่กลางสวน ซึ่งพ่อของเธอออกมาเห็นในสภาพชักดิ้นชักงอ จึงลากตัวกลับบ้าน จังหวะนั้นน้องชายเพิ่งกลับจากเล่นเกมมา เห็นพ่อนั่งอยู่กับแม่ซึ่งเสียชีวิตแล้ว จึงช่วยพ่อห่อศพและหามแม่ลงไปในหลุมที่พ่อขุดไว้

ลูกสาวผู้เสียชีวิตบอกด้วยว่า พ่อมักจะพูดเสมอว่า ถูกญาติฝั่งแม่พูดจาดูถูกมาตลอด จึงรู้สึกเก็บกด พอแม่เสียชีวิตก็ไม่ได้บอกใคร และยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าแม่ หรือต้องการอำพรางศพ

ตอนนี้ทั้งลูกสาวและลูกชายของผู้เสียชีวิต อยากให้ตำรวจช่วยหาศพแม่ให้เจอโดยเร็ว เพราะอยากจะนำกระดูกมาทำบุญ