สนามข่าว 7 สี

ล็อบบีวุ่น! สุชาติ-อภิสิทธิ์ นั่งประธาน กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ

วันนี้ต้องจับตาตำแหน่งประธานกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางและวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะลงตัวที่นายสุชาติ ตันเจริญ กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะใครนั่งเก้าอี้นี้ อาจมองเห็นทิศทางแก้รัฐธรรมนูญได้เลยทีเดียว

ล็อบบีวุ่น สุชาติ-อภิสิทธิ์ นั่ง ปธ.กมธ.ศึกษาแก้ รธน.
โดย นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นชื่อที่ถูกชงขึ้นมา หลังพรรคพลังประชารัฐยืนยันตำแหน่งประธานกรรมาธิการชุดนี้ ควรเป็นพรรคเสียงข้างมากในรัฐบาล มากกว่าที่จะเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ และพรรคฝ่ายค้านก็ไม่ขัดข้อง

เรื่องนี้ นายสุชาติ บอกหากพรรคพิจารณาและมีมติแล้วก็ไม่ปฏิเสธ ทั้งที่ส่วนตัวเห็นว่านายอภิสิทธิ์ เหมาะสมกว่า เพราะเรื่องนี้ไม่ควรแบ่งพรรค แบ่งพวก ควรร่วมมือศึกษาวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 

อีกด้านหนึ่งพรรคประชาธิปัตย์ส่งแกนนำกล่อมคีย์แมนรัฐบาล เพื่อผลักดันนายอภิสิทธิ์ นั่งเก้าอี้นี้ โดยชู 2 เหตุผลคือ รอบรู้-เปิดใจกว้าง รับฟังความเห็นต่าง เพราะไม่ได้ทำงานเฉพาะวิธีแก้ไข แต่ต้องศึกษารัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ประธานจึงมีบทบาทสำคัญอย่างมาก จึงไม่จำเป็นต้องเป็นคนของพรรคเสียงข้างมาก โดยพรรคจะแจ้งวิปรัฐบาลถึงท่าทีดังกล่าวต่อไป

เปิดสัดส่วน กมธ. 49 คน ครม. สละโควตา 12 เก้าอี้
สำหรับสัดส่วนของคณะกรรมาธิการชุดนี้มีจำนวน 49 คน เป็นของรัฐบาล 12 คน พรรคร่วมรัฐบาล 18 คน และฝ่ายค้าน 19 คน ในส่วนของรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แจ้งวิปรัฐบาลแล้วว่าจะไม่มีคณะรัฐมนตรีเข้าร่วม โดยแบ่งโควตา 6 คนแรกให้ สว. ฝ่ายกฎหมาย นักวิชาการ เพื่อเข้ามามีบทบาทศึกษาแนวทางแก้ไข รัฐธรรมนูญ โควตาอีก 6 คน คืนให้กับพรรคร่วมรัฐบาลไปจัดสรรให้พรรคร่วมรัฐบาล คนนอก องค์กรอิสระต่าง ๆ โดยมีกรอบการทำงานทั้ง ศึกษา รวบรวม สรุปประเด็น และมาตราที่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกแบบวิธีการแก้ไข เช่น ตั้ง สสร. หรือคณะกรรมการยกร่าง ก่อนเสนอที่ประชุมรัฐสภาเพื่อนำสู่การยกร่างต่อไป   

นายกฯ ลงพื้นที่วุ่น สมัชชาคนจนบุกขอพบ
ส่วนการลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ เพื่อพบปะให้กำลังใจเกษตรกรเมื่อวานนี้ (7 พ.ย.) กลับต้องสะดุดตั้งแต่พื้นที่แรก เพราะก่อนคณะนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ กลุ่มสมัชชาคนจนที่จัดชุมนุมคู่ขนานเพื่อยื่นข้อเรียกร้องทวงสัญญาการแก้ไขปัญหาให้ถึงมือนายกรัฐมนตรี 

เจ้าหน้าที่ตำรวจไปปักหลักที่หน้าโรงเรียน จนต้องปิดประตูกั้นไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าไปด้านใน แต่สุดท้ายไม่มีโอกาสได้พบ เพราะคณะนายกรัฐมนตรีย้ายจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ ทางกลุ่มสมัชชาคนจนถึงอ่านแถลงการณ์ที่หน้าโรงเรียนที่ชุมนุมเท่านั้น

จากนั้นคณะของนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติภารกิจตามกำหนดการ ทั้งได้พบปะและกล่าวกับประชาชนถึงนโยบายปรับโครงสร้างการเกษตรให้เป็นเกษตรอินทรีย์ และปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่ พร้อมร่วมกับขอให้ประชาชน สส. สว. และนักการเมืองทุกคน ถือว่าเป็นพรรคไทย หรือ พรรคประเทศไทย ที่ต้องร่วมมือ ลด ละ เลิก ความขัดแย้ง และหยุดความความเกลียดชัง เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้