ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเยี่ยมและพระราชทานความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

เวลา 11.42 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์ไปยังโรงเรียนบ้านคูเดื่อ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ในการพระราชทานอุปกรณ์กีฬาแก่ตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียน 23 แห่ง ที่ประสบอุทกภัย เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2562 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและสนับสนุนการเล่นกีฬา อาทิ โรงเรียนบ้านคูเดื่อ, โรงเรียนบ้านทัพไทย อำเภอเมือง, โรงเรียนบ้านนาผาย, โรงเรียนบ้านท่าลาด อำเภอเขื่องใน, โรงเรียนบ้านดุมใหญ่ดงยาง, โรงเรียนบ้านยางสักกระโพหลุ่ม อำเภอม่วงสามสิบ, โรงเรียนบ้านท่าเมือง และโรงเรียนบ้านกุดกั่ว อำเภอดอนมดแดง สำหรับโรงเรียนบ้านคูเดื่อ เป็นโรงเรียนประถมศึกษาประจำหมู่บ้าน มีพื้นที่ราบลุ่มและติดกับแม่น้ำมูล จึงเกิดอุทกภัยหลายครั้งในช่วงฤดูฝน โดยเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เกิดพายุโซนร้อนโพดุล และคาจิกิ ทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลท่วมโรงเรียนสูงประมาณ 4 เมตร ทำให้อาคารเรียน สนามเด็กเล่น และอุปกรณ์กีฬาได้รับความเสียหาย เมื่อระดับน้ำลดลงตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน ได้มีการซ่อมแซมความเสียหาย ทั้งขอสนับสนุนชุดนักเรียน และรองเท้านักเรียนให้กับนักเรียนทุกคน

โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมราษฎรบ้านคูเดื่อ และใกล้เคียงที่ไปเฝ้ารับเสด็จ โดยมีพระปฏิสันถารกับนักเรียนและผู้สูงอายุ และมีพระดำรัสให้นักเรียนฝึกซ้อมการเล่นกีฬาเพื่อร่างกายที่แข็งแรง สำหรับชุมชนบ้านคูเดื่อ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขาย ทำธุรกิจแพขายอาหาร และรับจ้างทั่วไป มีรายได้เฉลี่ยครอบครัวละกว่า 36,000-50,000 บาทต่อปี

เวลา 12.11 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปยังหอประชุมประชาวาริน เทศบาลเมืองวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ ทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัย และทรงติดตามการดำเนินงานช่วยเหลือราษฎรของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง ภาฯ ยามยาก สภากาชาดไทย โดยจังหวัดอุบลราชธานีประสบอุทกภัยทุกอำเภอ เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนโพดุล และคาจิกิ รวมพื้นที่เสียหาย 25 อำเภอ ราษฎรเดือดร้อน 159,692 คน 42,383 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 639,556 ไร่ วัด 140 วัด และโรงเรียน 156 แห่ง โดยมีอำเภอที่ประสบอุทกภัยรุนแรง 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง, พิบูลมังสาหาร, ดอนมดแดง, ตระการพืชผล และวารินชำราบ

โอกาสนี้ พระราชทานพันธุ์ข้าว พันธุ์ปลา หญ้าอาหารสัตว์ และเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแก่นายอำเภอและปลัดอำเภอ จาก 5 อำเภอที่ประสบอุทกภัยรุนแรง พร้อมพระราชทานเงินทุนช่วยเหลือฟื้นฟูการประกอบอาชีพแก่ตัวแทนกลุ่มอาชีพ 5 กลุ่ม อาทิ กลุ่มสานตะกร้าสารพัดประโยชน์ บ้านไร่เหนือ อำเภอพิบูลมังสาหาร และกลุ่มทอเสื่อบ้านท่าเมือง อำเภอดอนมดแดง และพระราชทานชุดนักเรียนแก่ตัวแทนนักเรียนที่ชุดนักเรียนได้รับความเสียหาย 10 โรงเรียน

ในการนี้ ทรงมีพระปฏิสันถารแก่ข้าราชการและประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จ

จากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยชาวอุบลราชธานี ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง ภาฯ ยามยาก สภากาชาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้ให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ในด้านต่าง ๆ ไปแล้ว เช่น การตั้งโรงครัวพระราชทาน 2 จุด แจกอาหาร 10,700 ชุด, นำรถประกอบอาหารเคลื่อนที่เพื่อนพึ่ง ภาฯ ประกอบอาหารสด และแจกจ่ายให้ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอวารินชำราบ และอำเภอสว่างวีระวงศ์ 25,456 กล่อง, มอบถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง ภาฯ ยามยาก สภากาชาดไทย 4,100 ชุด โดยมูลนิธิฯ หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินงานแบบบูรณาการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ทั้งในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังเกิดภัยพิบัติ เพื่อให้ผู้ประสบอุทกภัยทุกเพศทุกวัยได้กลับมาใช้ชีวิตปกติ สามารถรับการศึกษาและประกอบอาชีพได้ดังเดิม

จากนั้น ทรงพระดำเนินไปยังรถประกอบอาหารเคลื่อนที่เพื่อนพึ่ง ภาฯ ยามยาก สภากาชาดไทย พระราชทานอาหาร ได้แก่ ข้าวเหนียวหมูทอดแก่ผู้แทนข้าราชการ ผู้แทนจิตอาสา และผู้แทนเหล่าอาสากาชาด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

เวลา 15.09 น. เสด็จไปยังวัดช่างหม้อ อำเภอวารินชำราบ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระประธานอุโบสถ และทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ 6 รูป วัดแห่งนี้ ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยเมื่อปลายเดือนสิงหาคม นานกว่า 20 วัน น้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ทำให้อุโบสถชั้นล่างเสียหาย หลังน้ำลดกลับคืนสู่สภาวะปกติ ทางวัดได้ร่วมกับส่วนท้องถิ่นและชาวบ้านซ่อมแซม และทาสีกำแพง ในการนี้ ทรงเยี่ยมราษฎรตำบลคำน้ำแซบที่ไปเฝ้ารับเสด็จ โดยมีพระปฏิสันถารถึงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ และพระราชทานกำลังใจ

จากนั้น ทรงพระดำเนินไปยังศูนย์การเรียนรู้การปั้นดิน บ้านช่างหม้อ พระราชทานดินเหนียวของมูลนิธิฯ แก่ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ราษฎรที่ประกอบอาชีพปั้นเตาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและฟื้นฟูการประกอบอาชีพ โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการสาธิตการปั้นเตาอั้งโล่ บ้านช่างหม้อ อยู่ติดกับริมแม่น้ำมูล ก่อตั้งมานาน 160 ปี ราษฎรอพยพมาจากจังหวัดนครราชสีมา มีราษฎร 175 ครัวเรือน ประกอบอาชีพค้าขาย, เลี้ยงปลาในกระชัง และรับจ้าง ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพปั้นเตาอั้งโล่ เดิมมีอาชีพปั้นหม้อดิน แต่เนื่องจากดินเหนียวหายาก จึงได้ปรับมาปั้นเตาอั้งโล่แทน โดยส่งจำหน่ายที่ตลาดภายในจังหวัดอุบลราชธานี และใกล้เคียง สร้างรายได้เฉลี่ยครัวเรือนละกว่า 140,000 บาทต่อปี

โอกาสนี้ ทรงพระดำเนินไปทอดพระเนตรสภาพบ้านเรือน และพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำมูล ที่ได้รับความเสียหายในช่วงประสบอุทกภัย แล้วทรงมีพระปฏิสันถารกับราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จ

เวลา 15.52 น. เสด็จไปยังอุโบสถ วัดบ้านท่ากกแห่ อำเภอเมือง ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระประธานอุโบสถ ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ แล้วทรงถวายสีทาอุโบสถแด่พระครูวิศิษฏ์ธรรมวงศ์ เจ้าอาวาส เพื่อใช้บูรณะซ่อมแซมสีผนังอุโบสถที่เสียหายจากอุทกภัย โอกาสนี้ ทรงนำข้าราชการ คณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ และจิตอาสา ร่วมกันทาสีภายในอุโบสถ

วัดบ้านท่ากกแห่ เป็นหนึ่งในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยช่วงเดือนกันยายน ระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร ประมาณ 20 วัน เนื่องจากอยู่ติดกับแม่น้ำมูล ระหว่างเกิดอุทกภัย พระสงฆ์ สามเณร ต้องพักอยู่บนกุฏิที่น้ำท่วมไม่ถึง ภายในอุโบสถ มีพระพุทธรูปที่ชาวบ้านนำมาถวายกับทางวัดได้รับความเสียหาย รวมถึงโต๊ะหมู่บูชา ตู้พระไตรปิฎก และหนังสือพระไตรปิฎก และเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2562 ดินริมตลิ่งวัดเกิดการทรุดตัว หลังจากระดับน้ำในแม่น้ำมูลลดลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ พระสงฆ์ สามเณร ชาวบ้านในชุมชน ตลอดจนหน่วยงานของจังหวัดและภาคเอกชน ได้ช่วยกันฟื้นฟู ปรับพื้นที่บริเวณวัด เพื่อให้สามารถประกอบศาสนกิจได้ตามเดิม ปัจจุบัน มีพระสงฆ์ 9 รูป และสามเณร 7 รูป

ในการนี้ ทรงเยี่ยมและมีพระปฏิสันถารให้กำลังใจประชาชนที่ประสบอุทกภัย

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวอื่นในหมวด