สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

เจ้าของลิขสิทธิ์กระทงตัวจริงพบตำรวจ

พลิกอีก คดีกระทงเด็ก 15 ปี ที่จังหวัดนครราชสีมา จากถูกจับคดีลิขสิทธิ์กลายเป็นผู้เสียหาย สามารถฟ้องร้องคดีอาญาและคดีแพ่งได้ หลังตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์เข้าให้ข้อมูล ยืนยันกระทงไม่เหมือน "Rilakkuma" และเป็นเจ้าเดียวในไทยที่ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น ให้ดูแลผลประโยชน์ ไม่ใช่ "ประจักรษ์ โพธิผล" ที่แอบอ้างว่าเป็นตัวแทนดูแลลิขสิทธิ์

พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงต่อสื่อมวลชน หลังตัวแทนบริษัท ที.เอ.ซี คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์จำหน่ายสินค้าให้กับบริษัท ซาน-เอ็กซ์ จำกัด บริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นเข้าพบเพื่อชี้แจงรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับลิขสิทธิ์

พลตำรวจเอกวิระชัย บอกอย่างนี้ กระทงของเด็กอายุ 15 ปี ที่จังหวัดนครราชสีมา ไม่เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัทฯ เนื่องจากตรวจสอบแล้ว กระทงดังกล่าว ไม่มีความเหมือนหรือคล้ายตัวการ์ตูน "Rilakkuma" ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท ซาน-เอ็กซ์ฯ ทั้งใบหน้า หู ตา และปาก เป็นแค่กระทงรูปหมีธรรมดา ซึ่งจะทำให้เด็กอายุ 15 ปี เป็นผู้เสียหายในคดีนี้ทันที สามารถฟ้องเรียกร้องค่าเสียหาย ทั้งทางแพ่งและอาญากับนายประจักรษ์ โพธิผล ที่อ้างว่าเป็นผู้ดูแลลิขสิทธิ์ได้ รวมถึงจะได้รับเงินค่าชดเชยกับการถูกดำเนินคดีด้วย 

นอกจากนี้ตัวแทนของบริษัทฯ ยังยืนยันด้วยว่า ทางบริษัท ที.เอ.ซี.ฯ ได้รับหนังสือยืนยันจากบริษัท แซน-เอ็กซ์ ประเทศญี่ปุ่นว่า บริษัท เวอร์ริเซค ที่นายประจักษ์อ้าง ไม่ใช่ตัวแทนของบริษัท แซน-เอ็กซ์ แล้ว เพราะทางบริษัท แซน-เอ็กซ์ ได้มอบหมายให้บริษัท ที.เอ.ซี.ฯ เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว มีสิทธิ์ในการจัดจำหน่าย รวมถึงปราบปรามผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ส่วนนายประจักรษ์ จะเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์ หรือแจ้งความเท็จหรือไม่ ยังไม่สามารถบอกได้ ต้องรอการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดก่อน

ส่วนตำรวจที่ร่วมจับกุมกรณีเยาวชนอายุ 15 ปี ตรวจสอบแล้วพบว่าได้ดำเนินการไปตามขั้นตอน หลังรับแจ้งจากผู้ร้อง โดยพลตำรวจเอกวิระชัยระบุว่าหลังจากนี้จะต้องไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ในลักษณะนี้อีก โดยจะกำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่ ตรวจสอบเอกสารหลักฐานตัวแทนลิขสิทธิ์ให้ถี่ถ้วนมากกว่านี้

สำหรับขั้นตอนการดำเนินการด้านลิขสิทธิ์ของบริษัท ที.เอ.ซี.ฯ หากได้รับแจ้งว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ จะออกจดหมายเตือนก่อนถึง 2 ครั้ง หากไม่มีการแก้ไขก็จะส่งตัวแทนไปดำเนินการตามกฎหมาย