สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

ภาพเป็นข่าว : ปลาร้าผสมผงชูรสกลายเป็นยางหนืด

หลังจากเมื่อช่วงข่าวภาคเที่ยง เราได้นำเสนอคลิปฮือฮา น้ำปลาร้าผสมกับผงชูรส แล้วกลายเป็นสารเนื้อผสม เหนียวหนืดคล้ายกับยางพารา จนเกิดการตั้งคำถาม หากทานส้มตำ หรืออาหารอีสานจิ้มแจ่ว ที่ใส่ทั้งน้ำปลาร้าและผงชูรส แล้วจะไปเกิดยางเหนียวๆ เกาะติดในท้องผู้บริโภค หรือไม่

นี่แหล่ะในคลิปเว้าภาษาอีสานกันมันส์ไปเลย เขาบอกว่า ใส่น้ำปลาร้าลงไปในผงชูรส คนให้เข้ากันใช้นิ้วกันเลยทีเดียวจะได้ความรู้สึกว่า นิ้วร้อนๆ อุ่นๆ คนไปได้ไม่ถึงนาที ส่วนผสมนี้ ก็เหนียวหนืดถึงขั้นหยิบขึ้นมา กลายเป็นยางยืดๆ ไม่ใช่ชีสยืด แต่มันเหมือนยางพาราแบบที่เราๆ ท่านๆเคยเห็นกัน กองเชียร์ในคลิปพากันฮือฮายกใหญ่ว่า ยางพาราชัดๆ หรือ นี่คือ ปฏิกิริยาทางเคมี หรือเปล่า

พอเห็นคลิปแบบนี้ คอปลาร้าถึงกลับตั้งคำถาม เวลาทานส้มตำปลาร้าที่แม่ค้าต้องปรุงใส่ผงชูรสลงไปด้วย แล้วมันจะกลายไปเป็นยางเหนียวหนืดเหมือนในคลิป เกาะติด ผนังช่องท้องเราหรือไม่

เรื่องนี้เราได้สอบถามไปกรมอนามัย ซึ่งดูแลเรื่องสุขภาพและโภชนาการ ผู้เชี่ยวชาญ เตือนว่า จริงๆ เวลาจะทานปลาร้า ก็ควรจะต้มให้สุกเสียก่อนในคลิป ที่เห็นว่า น้ำปลาร้าผสมกับผงชูรสแล้วกลายเป็นยางเหนียวหนืดนั้น ก็น่าจะเกิดจากสารในปลาร้า คือ พวกดินประสิวและโซเดียมในผงชูรส ทำปฏิกิริยากัน ถ้าทาน อาหารประเภทนี้บ่อยๆก็เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและโรคไต และอาจจะพ่วงด้วยโรคพยาธิด้วย

ไขข้อข้องใจกันให้เห็นชัดๆ ไปเลย ช่อง 7HD ได้ประสานกับอาจารย์ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำการทดลอง 2 ตัวอย่าง
ด้วยกัน

แบบแรกนำผงชูรสแท้ขนาด 10 กรัม ผสมลงไปในน้ำเปล่าขนาด 20 ซีซี และแบบที่สองนำผงชูรสแท้ขนาด 10 กรัม ผสมลงไปในน้ำปลาร้าขนาด 20 ซีซี เช่นกัน ก่อนจะคนให้เข้ากัน ปรากฎว่า ทั้ง 2 แบบ ไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ ไม่เกิดความร้อนและไม่เป็นยางเหนียวหนืดเหมือนกับในคลิป

จึงสันนิษฐานว่า ในคลิปที่ชาวบ้านใช้ น่าจะเป็นผงชูรสปลอมที่มีส่วนผสมของแป้งด้วย พอไปทำปฏิกิริยากับความเค็มของน้ำปลาร้า จึงทำให้เกิดความร้อน แป้งจับตัวกัน จนเกิดเป็นเจลาตินเหนียวหนืด ซึ่งหากผงชูรสปลอมผสมกับแป้งผสมอาหาร ที่รับประทานได้อยู่แล้ว ก็ไม่เป็นอันตราย แต่หากเป็นแป้งชนิดอื่นที่ไม่ทานไม่ได้ ก็อาจจะเป็นอันตรายกับสุขภาพ
 
ชัดเจนสบายใจได้แล้ว ว่า ผงชูรสผสมน้ำปลาร้าในส้มตำ อาหารอีสานยังรับประทานได้ ก็อย่าตื่นตระหนกจนเกินเหตุ แต่ให้ดี ก็ต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อาหารที่รสชาติเค็มจัด หรือ สุกๆ ดิบๆ ก็ควรจะบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ

ขอบคุณ YouTube : Abu Naufal Amanah