7HD ร้อนออนไลน์

จับแล้วคนร้ายยิงเด็กหญิง 14 ปี เสียชีวิตที่นครศรีฯ

จากเหตุคนร้ายยิงถล่มบ้านเลขที่ 88/4 หมู่ 11 ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อกลางดึกวันที่ 8 พ.ย. 2562 ที่ผ่านมา ทำให้เด็กหญิงศศิประภา ยี่สุ่นแซม อายุ 14 ปี ซึ่งนอนอยู่ในบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา

ความคืบหน้าล่าสุด ครอบครัวได้รับศพเด็กหญิงศศิประภา กลับมาจากโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อนำศพมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดเหตุ โดยเช้าวันนี้จ้าหน้าที่เทศบาลเมืองปากพูน และเพื่อนบ้านได้ช่วยกันจัดพิธีศพให้กับเด็กหญิงศศิประภาอย่างเรียบง่าย เนื่องจากครอบครัวของเด็กหญิงมีฐานะยากจน โดยมีการปรับพื้นที่หน้าบ้าน พร้อมทั้งจัดเตรียมระบบน้ำให้กับงานพิธี ส่วนศพของเด็กหญิงศศิประชาภาได้ถูกบรรจุในโลงเย็นตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา ขณะที่เพื่อนบ้านที่เข้ามาเยี่ยมศพยังอยู่ในสภาพเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายวิชัย ยี่สุ่นแซม พ่อของเด็กหญิงศศิประภา เปิดเผยถึงสาเหตุที่คนร้าย 4 คน บุกยิงถล่มบ้านพัก คาดมาจากที่ตนเองไปดุด่าหนึ่งในกลุ่มมือปืนที่เทน้ำหวานให้สุนัขที่บ้านกิน ขณะที่นางสาวพัชรา ยี่สุ่นแซม อาของเด็กหญิงศศิประภา เรียกร้องขอให้ทางการลงโทษประหารชีวิตกับผู้ก่อเหตุ เพราะเด็กหญิงศศิประภาที่เสียชีวิตไม่รู้เรื่องอะไรด้วยแต่ต้องมารับเคราะห์แทน

ส่วนคืบหน้าทางคดี มีรายงานว่า ล่าสุด ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาได้อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล โดยพลตำรวจตรีสนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ระบุว่าขอเวลาในการขยายผลวันนี้อีก 1 วัน แล้วจะเปิดเผยถึงรายละเอียดทางคดีในวันพรุ่งนี้ สำหรับกลุ่มคนร้ายที่ถูกจับกุมตัวบอกว่าได้ว่าล้วนมีประวัติอาชญากรติดตัว

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านคู่อริ ในพื้นที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ว่า หลังจากที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนบูรณาการกำลังสืบสวน ปูพรม ไล่ล่า กดดัน เพื่อจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุนั้น ซึ่งมีความคืบหน้ามามาก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถพิสูจน์และรวบรวมพยานหลักฐาน ต่อศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทั้งหมด 5 คน และสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้แล้ว 2 คน ในข้อหาความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น ,ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติและร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาติให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์“ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวน ขยายผล จับกุมผู้ต้องหาที่เหลือเพิ่มเติม มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ผบ.ตร. ยังสั่งการให้เร่งสืบสวน ไล่ล่า กดดัน และจับกุม ผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว และเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี ต้องทำงานกันอย่างระมัดระวังมากที่สุดเนื่องจากคนร้ายมีอาวุธปืน หากมีการต่อสู้ขัดขืนและประสงค์ถึงชีวิตเจ้าหน้าที่ก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยต้องกระทำไปตามหลักยุทธวิธี ระดับการใช้กำลัง ทั้งนี้ ก็ขอให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน