สนามข่าว 7 สี

หญิงชาว สปป.ลาว แจ้งความเอาผิดตัวแทนลิขสิทธิ์ หลังถูกล่อซื้อถุงใส่แก้วน้ำลาย วันพีช

ยังคงมีผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดีกับตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์ ที่ใช้วิธีการล่อซื้อจับกุมกรรโชกทรัพย์ โดยรายล่าสุดเป็นหญิงชาว สปป.ลาว ที่ถูกล่อซื้อถุงใส่แก้วน้ำลายการ์ตูน "วันพีช"

นางสาวพรมหอม หลวงทิลาด สัญชาติลาว ผู้เสียหายที่เคยถูกจับกุมในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.พญาไท ให้ดำเนินคดีกับตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์แห่งหนึ่ง หลังถูกล่อซื้อถุงใส่แก้วน้ำลายการ์ตูนเรื่อง "วันพีช" และถูกจับกุม ข่มขู่กรรโชกทรัพย์ไปเป็นเงิน 30,000 บาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ปีที่แล้ว

นางสาวพรมหอม บอกว่า ที่มาแจ้งความวันนี้เพราะเห็นข่าวคดีเด็กอายุ 15 ปี ถูกจับกุมกระทงละเมิดลิขสิทธิ์ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยคนล่อซื้อเป็นคนเดียวกับที่ล่อซื้อและจับกุมตนเอง คดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ได้โพสต์ภาพแก้วเก็บความเย็นลายการ์ตูน "วันพีช" ที่พี่มอบให้เป็นของขวัญวันเกิด

จากนั้น 1-2 วัน มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ทักข้อความติดต่อขอซื้อ ระบุว่าต้องการลายการ์ตูนวันพีช 10 ชุด พร้อมโอนเงินมัดจำมาให้ 500 บาท แต่เนื่องจากไม่ได้ขายเป็นอาชีพ จึงติดต่อขอโอนเงินคืน แต่ผู้ล่อซื้อต้องการสินค้า ญาติจึงช่วยกันหาลายดังกล่าว จนได้เป็นลายตัวละครในการ์ตูน "วันพีช" คนละลายกับที่โพสต์ไว้ จึงถ่ายภาพส่งไปให้และนัดส่งมอบกัน โดยจ้างรถจักรยานยนต์ไปส่งของ ก่อนจะถูกจับกุม

ของกลางที่ถูกล่อซื้อเป็นแก้วเก็บความเย็นลายคิตตี้ และถุงใส่แก้วลายการ์ตูนเรื่อง "วันพีช" จำนวน 10 ชุด ราคาชุดละ 390 บาท พอเดินทางไปที่ สน.พญาไท ก็พบชายคนดังกล่าว ได้แสดงเอกสารเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ เรียกเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์จำนวน 60,000 บาท พร้อมกับข่มขู่ว่าถ้าไม่ให้จะต้องติดคุก 5-6 เดือน และยึดหนังสือเดินทาง แต่เพราะไม่มีเงินจ่าย จึงต่อรองกัน สุดท้ายจ่ายไป 30,000 บาท ก่อนที่ชายคนนี้จะถอนแจ้งความ ได้สั่งให้ลบข้อมูลการติดต่อซื้อขายต่าง ๆ ออกให้หมดอีกด้วย
              
ด้านพนักงานสอบสวน ระบุว่า ตอนนี้รับเป็นคดีความในส่วนที่ผู้เสียหายร้องทุกข์ไว้ในข้อหากรรโชกทรัพย์ ส่วนข้อหาข่มขู่จะนัดมาสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง

ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีกับนายประจักษ์ โพธิผล ตัวแทนลิขสิทธิ์บริษัท เวอริเซค จำกัด และผู้เกี่ยวข้องที่ไปจับกุมกระทงของเด็กอายุ 15 ปี พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า หลังจากเมื่อวันเสาร์ ทนายความของบริษัท เวอริเซค นำเอกสารยืนยันการรับมอบอำนาจเป็นผู้ดูแลลิขสิทธิ์การ์ตูน "ริลัคคุมะ" ในประเทศไทย และอีเมลที่ส่งมาจากบริษัท แซน-เอ็กซ์ ประเทศญี่ปุ่น ต้นสังกัด ได้ยกเลิกสัญญากับบริษัท เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากวันจับกุมเด็กอายุ 15 ปี จึงถือว่าบริษัทยังมีสิทธิ์ในการปราบปรามลิขสิทธิ์ให้กับบริษัทที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น เรื่องดังกล่าวไม่กระทบต่อการดำเนินคดีกับนายประจักษ์และพวก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายว่า กรณีที่เกิดขึ้นเข้าข่ายความผิดหรือไม่ หรือผิดในขั้นตอนใด ซึ่งต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง
              
จากการตรวจสอบข้อมูลคดีทั้งหมดที่นายประจักษ์ เป็นผู้ดำเนินการติดตามจับกุม พบว่ามีมากถึง 130 คดี ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งหากพบว่าคดีใดมีการทำผิดขั้นตอน ก็จะถูกรวบรวมไว้ดำเนินคดีด้วย
              
ส่วนวิธีการจับกุมคดีลิขสิทธิ์เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ขณะนี้ได้ประสานหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้มาร่วมกันหารือ และวางร่างการปฏิบัติเรื่องการจับกุมและปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ให้เกิดช่องว่างทางกฎหมาย จนนำไปสู่การเรียกรับผลประโยชน์ แต่ต้องไม่ให้หละหลวม หรือหย่อนยาน จนส่งผลกระทบต่อการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งหากหน่วยงานต่าง ๆ ตอบรับ ก็จะนัดหมายเวลาที่ชัดเจนอีกครั้ง