7HD ร้อนออนไลน์

รวบแล้วโจ๋ยกพวกตีกันในห้องฉุกเฉิน รพ.อ่างทอง

จากเหตุกลุ่มวัยรุ่นสองกลุ่มในตัวเมืองอ่างทอง ยกพวกตะลุมบอนกันบริเวณภายในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอ่างทอง ท่ามกลางตำรวจ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ รปภ.ของโรงพยาบาลอ่างทอง กว่า 10 คน ที่เข้าห้ามปรามแต่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จนต้องเรียกกำลังเสริมให้เข้าช่วยเหลือและแยกกลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีออกจากกัน และ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดจับกมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

กลางดึกที่ผ่านมา ตำรวจควบคุมตัวนายนนทชัย สร้างเขต อายุ 29 ปี นายธนาธิป มูรินจันทร์ อายุ 25 ปี และนายบุญประสิทธ์ วีระพงษ์ อายุ 25 ปี ไปสอบสวนที่ สภ.เมืองอ่างทอง โดยทั้ง 3 คนเป็นวัยรุ่นที่เข้าไปก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายสุรเชษฐ์ พูลธนาคม อายุ 28 ปี ขณะนอนรอการรักษาตัวภายในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอ่างทอง หลังนิติกรของโรงพยาบาลอ่างทอง ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่น โดยแจ้งข้อกล่าวหาบุกรุกสถานที่ราชการในเวลากลางคืน ทำร้ายร่างกาย ส่วนกรณีทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจและเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม โดยทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง คัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวนและเตรียมนำตัวขออำนาจศาลฝากขังในวันนี้

มีรายงานว่า ในวันนี้ พนักงานสอบสวนจะเตรียมออกหมายเรียกกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุยกพวกตีกันทั้งในและนอกห้องฉุกเฉิน อีกกว่า 10 ราย

น.ส.กาญจนา สมพงษ์ศรี  อายุ 45 ปี มารดาหนึ่งในผู้ต้องหาที่เดินทางมาพร้อมเพื่อนๆ ของผู้ก่อเหตุบอกว่า รู้สึกตกใจไม่คิดว่าลูกตนจะร่วมในเหตุการณ์นี้ ซึ่งปกติลูกชายจะทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่รู้ว่ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ส่วนตนคิดว่านิสัยลูกชายไม่ใช้คนเกเรคงเพราะเข้าไปช่วยเพื่อนที่ถูกทำร้ายเท่านั้น

ขณะที่ นพ.ประภาส ลี้สุทธิพงษเกียรติ ผอ.โรงพยาบาลอ่างทอง ร่อนหนังสือแถลงการณ์ผ่านโซเชียล มีใจความสำคัญว่า โรงพยาบาลอ่างทองขอเรียนชี้แจงว่าแนวทางการรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลมีขั้นตอนชัดเจนโดยได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุ และยืนยันว่าโรงพยาบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้รับบริการ แพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลทุกคน ตามนโยบายของปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้ดำเนินการเอาผิดกับผู้ก่อเหตุความรุนแรงในโรงพยาบาลทุกกรณีไม่มีการยกเว้น เพื่อให้ผู้รับบริการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงานมีความปลอดภัย โรงพยาบาลจึงดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับผู้ก่อเหตุภายในโรงพยาบาลจนถึงที่สุด