สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : อดีตตำรวจกราดยิงสนั่นศาล สาหัส 2 คน เสียชีวิต 3 คน

เมื่อวานเกิดเหตุอุกอาจ อดีตตำรวจใช้อาวุธปืนกราดยิงในศาลจังหวัดจันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บอีก 2 คน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีการตรวจสอบว่า ทำไมถึงสามารถนำอาวุธเข้าไปภายในศาลได้ เพื่อหามาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น ติดตามจากรายงานของคุณศิรัณพร มูลอุทก

เหตุอุกอาจเกิดขึ้นภายในห้องพิจารณาคดี ศาลจังหวัดจันทบุรี หลังพลตำรวจตรี ธารินทร์ จันทราทิพย์ อายุ 67 ปี อดีตรองจเรตำรวจ ใช้อาวุธปืนกราดยิงทีมทนายความคู่กรณี ระหว่างให้คู่ความทั้ง 2 ฝ่าย เข้ารับฟังการพิจารณาไต่สวน คดีที่ นายบัญชา ปรมีคณาภรณ์ ทนายความ ซึ่งเป็นโจทก์ยื่นฟ้องอดีตตำรวจ ฝ่ายจำเลย ในคดีอาญาข้อหาฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ เกี่ยวข้องกับกรณีข้อพิพาทเรื่องมรดกที่ดิน จำนวน 86 แปลง มากกว่า 3,800 ไร่ ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเขาคิชฌกูฏ อำเภอท่าใหม่ และอำเภอมะขาม ของตระกูลดังในจังหวัดจันทบุรี

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พบอาวุธปืนกล็อก 22 ขนาด .40 มีผู้บาดเจ็บ 5 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี ต่อมาเสียชีวิต 3 คน ประกอบด้วย นายบัญชา ปรมีคณาภรณ์ ทนายความโจทก์, นายวิจัย สุขรมย์ ทนายความฝ่ายโจทก์ และพลตำรวจตรีธารินทร์ มือปืนที่ก่อเหตุ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานดูแลความปลอดภัยอยู่หน้าห้องพิจารณาคดี ใช้อาวุธปืนยิงเพื่อระงับเหตุ ส่วนผู้บาดเจ็บ 2 คน คือ นางสุภาพร ปรมีคณาภรณ์ ภรรยาทนายบัญชา และนายวิชัย อุดมธนภัทร ทนายฝ่ายโจทก์ อาการสาหัส

ครอบครัวผู้สูญเสีย เดินทางมาที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี ทันทีหลังทราบข่าวร้าย โดยภรรยาของอดีตตำรวจร่ำไห้ข้างศพสามี ไม่คาดคิดจะลงมือก่อเหตุ แม้ที่ผ่านมาสามีจะมีความเคียดแค้น เพราะรู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรมกับการต่อสู้เรื่องที่ดินมูลค่าหลายร้อยล้านบาท มาตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ครอบครัวพยายามต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรม แต่สุดท้ายไม่เป็นผล แต่ไม่คาดคิดว่าสามีจะกล้านำอาวุธปืนเข้าไปก่อเหตุยิงในชั้นศาล

ขณะที่ ลูกชายของทนายบัญชา ซึ่งเดินทางมาดูศพผู้เป็นพ่อ และดูอาการผู้เป็นแม่ที่ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยถึงรายละเอียดที่เกิดขึ้น แม้ที่ผ่านมาจะรับรู้เกี่ยวกับคดีที่ผู้เป็นพ่อว่าความให้เกือบทั้งหมด ยอมรับความสูญเสียเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันตั้งตัว

สำหรับ ทนายบัญชา เป็นที่รู้จักในแวดวงทนายความ เคยขึ้นว่าความในคดีรับจำนำข้าว สมัยอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวมถึงยังเป็นอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศอีกด้วย

ด้าน ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าที่บริเวณประตูทางเข้าและออก มีเครื่องตรวจสแกนอาวุธ ซึ่งยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีรายงานข่าวระบุว่า อดีตตำรวจผู้ก่อเหตุแอบนำอาวุธปืนเข้าไปในศาล ช่วงเวลา 08.00 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเชิญธงชาติขึ้นเสา ทำให้ไม่มีคนสังเกต แต่อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่จะมีการตรวจสอบ รวมถึงขยายผลถึงมูลเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้ง

สำหรับการลักลอบนำอาวุธเข้าไปก่อเหตุในศาล นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เพิ่งเคยเกิดขึ้น เพราะหากย้อนไปเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุผู้พิพากษาศาลจังหวัดยะลา ได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองในห้องพิจารณาคดี และเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ก็มีกลุ่มผู้ต้องขัง 3 คน ใช้อาวุธมีดแทงตำรวจศาล และยิงปืนข่มขู่เปิดทางหลบหนี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายครั้ง ทำให้หลายฝ่ายเกิดคำถามว่าการนำอาวุธเข้าไปก่อเหตุได้นั้นเกิดจากสาเหตุใด เพื่อดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง และนำมาปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยแก่ผู้มาติดต่อราชการศาล และบุคลากรที่ทำงานในศาลที่เข้มงวดมากขึ้น