7HD ร้อนออนไลน์

เตรียมหารือลดค่าตั๋วรถไฟฟ้าสายสีม่วง 20 บาทตลอดสาย

หลังจากที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ไปศึกษาการลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนโดยการปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ที่เปิดให้บริการและมีราคาค่อนข้างสูงนั้น

วันนี้ นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม. ที่มีนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เป็นประธาน จะพิจารณาเรื่องการลดภาระค่าครองชีพด้านรถไฟฟ้าให้กับประชาชน  โดยมาตรการที่ 1 จะเปิดจำหน่ายตั๋วโดยสารร่วมระหว่างรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง โดยค่าโดยสารประเภทนี้จะคิดอัตราค่าโดยสารต่อเที่ยวถูกลง จากปกติการเดินทางระหว่างรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย จะเก็บค่าโดยสารสูงสุดในอัตรา 70 บาทต่อเที่ยว ซึ่งตั๋วโดยสารร่วมจำนวน 15 เที่ยว ราคา 780 บาท คิดเป็นอัตราค่าโดยสาร 52 บาทต่อเที่ยว ตั๋วโดยสารร่วมจำนวน 25 เที่ยว ราคา 1,250 บาท คิดเป็นอัตราค่าโดยสาร 50 บาทต่อเที่ยว ตั๋วโดยสารร่วมจำนวน 40 เที่ยว ราคา 1,920 บาท คิดเป็นอัตราค่าโดยสาร 48 บาทต่อเที่ยว ตั๋วโดยสารร่วมจำนวน 50 เที่ยว ราคา 2,350 บาท คิดเป็นอัตราค่าโดยสาร 47 บาทต่อเที่ยว

มาตรการที่ 2 จะลดอัตราค่าโดยสารในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off Peak) ตั้งแต่เวลา 9.00 - 15.30 น. และช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ สำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งปัจจุบันเก็บอัตราค่าโดยสารอยู่ที่ 14-42 บาทต่อเที่ยว โดยหากเดินทางเข้า-ออกระบบในสถานีแรกภายในเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง เก็บค่าโดยสาร 14 บาทเท่าเดิม สถานีที่ 2 เก็บค่าโดยสาร 17 บาทเท่าเดิม สถานีที่ 3 เป็นต้นไป เก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย

นายภคพงศ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ รฟม. จะเสนอเรื่องต่างๆ ที่ตกค้างให้บอร์ดพิจารณาด้วยเช่น การพิจารณาผลงานของผู้ว่าการ รฟม. และผลการดำเนินงานของ รฟม. เป็นต้น เนื่องจากเพิ่งปิดปีงบประมาณ 2562 ไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีเรื่องค้างอยู่จำนวนมาก

อนึ่ง ในการพิจารณาลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าดังกล่าว กรมการขนส่งทางราง (ขบ.) ที่มีนายสราวุธ ทรงศิวิไล เป็นอธิบดีในขณะนั้น ได้เรียกประชุมหน่วยงานต่างๆ เพื่อผลักดันนโยบายดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติ แต่ที่ผ่านมายังไม่สามารถเริ่มดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะบอร์ดของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคมส่วนใหญ่ลาออกด้วยเหตุผลทางการเมือง