สนามข่าว 7 สี

ชัยวัฒน์ ยืนยันความบริสุทธิ์ เชื่อกระดูกที่พบไม่ใช่ของ บิลลี่

อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่ได้ร่วมฆ่านาย "บิลลี่" ตามที่ถูก ดีเอสไอ กล่าวหา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เศษกระดูกที่พบไม่น่าจะใช่ของ "บิลลี่"

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ว่าตนเองไม่ได้ร่วมฆ่า นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำประชาชนชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย จังหวัดเพชรบุรี ตามที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กล่าวหา โดยวันเกิดเหตุได้สอบปากคำและปล่อยตัว นายบิลลี่ ไปแล้ว หลังทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ควบคุมตัวไว้ เพราะพบน้ำผึ้งป่าบรรจุขวดขณะกำลังออกจากอุทยานฯ เกรงว่า นายบิลลี่ จะหยิบยกประเด็นเรื่องการจับกุมมาเป็นข้ออ้าง เพื่อสร้างสถานการณ์ความขัดแย้งเพิ่มเติม รวมทั้งไม่มั่นใจว่าน้ำผึ้งที่อยู่ในขวดจะเป็นน้ำผึ้งป่า หรือเป็นน้ำผึ้งที่เตรียมมาให้จับกุม จึงได้ปล่อยตัวไปก่อน 

กรณีที่เกิดขึ้นเชื่อว่าน่าจะถูกกลั่นแกล้ง จากการปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปรามจับกุมรีสอร์ตบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ทั้งนี้ ตั้งใจว่าจะไปสาบานในจุดที่อ้างว่าพบกระดูก นายบิลลี่ แต่ถูกทนายความท้วงติงว่า อาจเข้าข่ายไปทำลายหลักฐานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งอยู่ในเงื่อนไขการให้ประกันตัวของศาล ตอนนี้จึงอยู่ระหว่างเลือกสถานที่ที่จะไปสาบาน 

ในส่วนของ ดีเอสไอ พันตำรวจตรี วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ ให้ข้อมูลว่า กระบวนการหลังจากนี้ ดีเอสไอ มีเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐาน และขอผัดฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้ 84 วัน ถ้าสำนวนการสอบสวนเสร็จก่อน ก็จะนัดผู้ต้องหาไปพบเพื่อส่งพนักงานอัยการพร้อมสำนวนการสอบสวน เพื่อให้มีความเห็นสั่งฟ้องต่อศาล

ส่วนกรณีที่ พี่ชายนายชัยวัฒน์ ตั้งข้อสังเกตการทำหน้าที่ของ ดีเอสไอ ที่เข้าไปตรวจค้นรีสอร์ตไร่ชัยราชพฤกษ์ จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวานนี้ เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงคดีนี้ ว่าอาจเป็นการกลั่นแกล้งหรือเปล่า ซึ่งก็ยืนยันว่า การทำงานของดีเอสไอเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ศาลได้อนุมัติหมายค้นอย่างถูกต้อง ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร และการทำคดีของดีเอสไอก็ไม่ได้มุ่งเน้นเอาผิดกับผู้ต้องสงสัยเพียงอย่างเดียว เพราะหากตรวจสอบแล้วพบว่าผู้ต้องสงสัยไม่ได้กระทำผิด ก็จะให้ความเป็นธรรมด้วย