7HD ร้อนออนไลน์

เตรียมอุดรูโหว่ คดีละเมิดลิขสิทธิ์

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้า ในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับนายประจักษ์ โพธิผล ตัวแทนปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์คู่กรณีของเด็กหญิงอายุ 15 ปี ที่จำหน่ายกระทงลายการ์ตูนลิขสิทธิ์ออนไลน์ จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบฐานข้อมูลคดีที่นายประจักษ์ แจ้งเป็นผู้เสียหายและดำเนินคดีกับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์รายต่างๆ พบว่ามีจำนวนมากถึง 329 คดี ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ นำข้อมูลพยานหลักฐานในคดีทั้งหมดมาตรวจสอบว่า ผู้กระทำความผิดแต่ละราย กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์จริงหรือไม่

โดยจะนำภาพถ่ายของกลางต่างๆ ที่สามารถจับกุมได้ ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญของกรมทรัพย์สินทางปัญญาตรวจสอบ หากพบว่ารายใด ไม่ได้เข้าข่ายเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ก็จะให้พิจารณาเรื่องการคืนเงิน ทั้งค่าปรับหรือค่าเสียหายในระหว่างการเจรจาไกล่เกลี่ย และหากพบว่า รายใดมีการกระทำที่ไม่ถูกต้องหรือเข้าข่ายการขู่กรรโชกทรัพย์ ก็จะรวบรวมไว้ใช้ในการดำเนินคดี ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอีกสักระยะหนึ่ง เนื่องจากคดีต่างๆ เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งทำให้ในขณะนี้ ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับกลุ่มดังกล่าว

ส่วนความคืบหน้าในการยกร่างขั้นตอนและระเบียบปฏิบัติในการดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ที่ของเดิมมีช่องโหว่จนทำให้มีผู้ไปแสวงหาผลประโยชน์นั้น ล่าสุดได้มีการร่างขั้นตอนและวิธีการในการดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว และจะมีการประชุมยกร่างในที่ประชุมในช่วงบ่าย วันอังคารนี้ ที่ห้องประชุม ศปก.ตร. โดยมีตัวแทน จากอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนบริษัทลิขสิทธิ์ต่างๆ สภาทนายความ และจะมีการ video conference พูดคุยกับตำรวจทุกกองบัญชาการตั้งแต่ตำรวจภูธรภาค 1-9  นครบาล และสอบสวนกลาง เพื่อให้เข้าใจแนวทางขั้นตอนการปฏิบัติใหม่ไปในทิศทางเดียวกัน จากนั้นจะนำร่างดังกล่าว เสนอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เซ็นคำสั่งและประกาศใช้

ทั้งนี้ ในร่างดังกล่าวจะต่างจากขั้นตอนปฏิบัติเดิม อาทิ ขั้นตอนเดิมหากพบจะมีการจับกุม พร้อมของกลางโดยตัวแทนจะเป็นผู้ชี้ว่าถูกหรือผิด โดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญ มายืนยันความถูกต้อง และถูกแจ้งข้อกล่าวหา จนต้องเกิดการเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ในร่างใหม่ เมื่อมีการพบการกระทำความผิด หากไม่มีผู้เชี่ยวชาญ ลงไปตรวจสอบด้วย จะทำได้เพียงการยึดเพื่อการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญก่อน ซึ่งอาจเป็นตัวแทนของกรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากของกลางดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเป็นรูปแบบการละเมิดลิขสิทธิ์จริง ก็จะเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาตามขั้นตอน และเมื่อต้องมีการเจรจาไกล่เกลี่ยกัน จะให้ทนายความที่ประจำตามสถานีตำรวจนครบาลทุกแห่ง หรือ สภ. ที่มีทนายความไปประจำแล้ว ร่วมเจรจา ไก่เกลี่ยกับตัวแทนลิขสิทธิ์ด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และผู้ต้องหาไม่ถูกเอาเปรียบจากตัวแทนลิขสิทธิ์