สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

จับหญิงตั้งครรภ์ 5 เดือน ส่งยาบ้า จ.บุรีรัมย์

ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสตึก ร่วมกันจับกุมหญิงอายุ 29 ปี ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ประมาณ 5 เดือน ขณะนำยาบ้ามาวางไว้ที่โคนเสาป้ายโครงการก่อสร้างถนนสายอำเภอสตึก-อำเภอแคนดง ตำบลนิคม ใกล้กับหลักกิโลเมตรที่ 92 พบของกลางยาบ้าจำนวน 2,000 เม็ด ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่าหญิงคนดังกล่าวเคยถูกจับกุมในคดียาเสพติดอยู่ระหว่างการประกันตัวออกมาสู้คดี และพบที่ข้อเท้าของเธอมีกำไลข้อเท้า หรือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EM) ติดไว้สำหรับ

ผู้ต้องหารับสารภาพว่ารู้จักกับพ่อค้ายาเสพติดคนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้หลบหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน ว่าจ้างให้ตนเองไปเก็บยาบ้าที่มีคนนำมาวางไว้ตามจุดต่างๆ แล้วนำไปวางต่อให้กับเครือข่ายยาเสพติดอีกทอดหนึ่ง โดยทำมาแล้วหลายครั้ง เพื่อแลกกับเงินสด หรือ ยาบ้า มาเสพ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.สตึก ดำเนินคดีใน 3 ข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย

การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่จับกุมชายอายุ 43 ปี คนหนึ่งได้พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนมาก และไอซ์น้ำหนักประมาณ 8.77 กรัม จากนั้นจึงขยายผลจนทราบว่ายาเสพติดทั้งหมดได้สั่งซื้อผ่านทางเฟซบุ๊กจากพ่อค้ายาเสพติดที่หลบหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีเครือข่ายนำยาเสพติดที่สั่งซื้อมาวางไว้ให้ตามจุด เจ้าหน้าที่จึงวางแผนจับกุม กระทั่งพบหญิงอายุ 29 ปี คนนี้ ขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียวนำยาบ้ามาวางไว้ที่บริเวณโคนเสาป้ายบอกทาง ใกล้กับจุดที่เจ้าหน้าที่ดักซุ่มอยู่ จึงแสดงตัวจับกุมตัวได้พร้อมของกลางดังกล่าว

ที่จังหวัดชัยภูมิ ตำรวจจราจร สภ.เมืองชัยภูมิ จับกุม นายพฤกษ์ สว่างพงษ์ อายุ 36 ปี และ นายระวี ศรีสุกพะเนา อายุ 37 ปี ได้ขณะตั้งด่านตรวจบนถนนสายชัยภูมิ-ตาดโตน-ปากทางเข้าชุมชนหนองบ่อ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ ขี่รถจักรยานยนต์ที่ดัดแปลงสภาพและไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาด้วยท่าทางมีพิรุธ จึงเรียกตรวจค้นรถและภายในกระเป๋าสะพาย พบยาบ้าจำนวนกว่า 1,000 เม็ด และเงินสดอีก 12,000 บาท และยังพบแหวนทองอีกจำนวน 2 วง น้ำหนักรวม 2 สลึง โทรศัพท์มือถือจำนวน 3 เครื่อง จึงควบคุมตัวไป

ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน รับสารภาพว่ากำลังจะนำยาบ้าทั้งหมดไปส่งให้ชายคนหนึ่งที่ท่ารถโดยสารประจำทางในตัวเมือง เพื่อนำไปส่งต่อให้เครือข่ายที่กรุงเทพมหานคร แต่มาถูกจับกุมได้เสียก่อน จึงถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อเสพและค้าโดยผิดกฎหมาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป