ห้องข่าวภาคเที่ยง

รายงานพิเศษ : นาถาดประหยัดน้ำ สืบสาน ร.9

ไม่แค่คัดเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่เก็บจากต้นที่สมบูรณ์ โตเต็มวัย มาเป็นเมล็ดพันธุ์ เพื่อปลูกกล้าข้าวรุ่นต่อไปให้ชาวนาในเครือข่ายกว่า 300 ครอบครัว ส่งต่อให้ชาวนาทั่วประเทศ ที่ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย จังหวัดสุพรรณบุรี ยังนำเทคโนโลยีการปลูก และรดน้ำจากไต้หวัน มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

การเพาะพันธุ์กล้าข้าวให้ได้คุณภาพ เริ่มจากการนำเมล็ดพันธุ์ไปแช่น้ำ 24 ชั่วโมง เป่าให้แห้ง เรียงใส่ถาด ที่ปูพื้นด้วยดิน แกลบเก่า ขี้เถ้าดำ ที่ตากทิ้งไว้ให้ก๊าซในดินย่อยสลาย ทิ้งไว้ให้ข้าวงอก ซึ่งจะใช้เวลา 1 วัน ก่อนจะนำถาดไปเรียงในแปลงปลูก ที่บดอัดดินจนแน่น ในลักษณะแพเรียงต่อกัน ดูแลต่ออีก 15 วัน ซึ่งวิธีการนี้ ไม่เพียงจะทำให้ต้นกล้า เติบโตพร้อมๆ กัน โดยไม่มีวัชพืชมาปะปน ยังทำให้รากกล้า แข็งแรง พร้อมที่จะนำไปปักดำ โดยให้ผลผลิตต่อไร่ สูงกว่าการปักดำด้วยการใช้มือ

วิธีการเพาะพันธุ์กล้าข้าวในถาด จะใช้เมล็ดพันธุ์ 250 กรัมต่อถาด โดย 1 วัน ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย จะคัดเมล็ดพันธุ์ เพื่อเพาะกล้าได้  10,000 ถาด หรือประมาณ 200 ไร่

จากการทดลองปลูกและกระจายพันธุ์ข้าวด้วยวิธีนี้เพียง 3 ปี ผู้บริหารศูนย์ บอกว่า ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ น้ำหนักดี ซ้ำราคาดีกว่าเมล็ดพันธุ์ทั่วไป เพื่อให้เกษตรกรไทย เติบโตได้อย่างยั่งยืน สืบสานตามรอยเท้าพ่อ

จากธุรกิจคัดเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น วันนี้กล้าข้าวจากนาเฮียใช้ กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย ที่พร้อมเผยแพร่ภูมิปัญญาชาวนาไทย สู่ลูกหลานชาวนา เพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวไทย ให้เป็นที่ยอมรับทั่วโลก เพื่อทดแทนคุณแผ่นดินไทย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พ่อของแผ่นดิน