เกาะกระแสออนไลน์

สุดซาบซึ้ง! เรื่องราวคุณยายวัย 88 ปี สู้ชีวิต ที่จะเปลี่ยนมุมมองคนท้อแท้

หนุ่มเผยเรื่องราวในวันที่ต้องไปทำงานสาย เพราะไปส่งคุณยายวัย 88 ปี พร้อมบทสนทนาที่เปลี่ยนมุมมองชีวิตไปตลอดกาล

โซเชียลแชร์นับหมื่นกับโพสต์จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Narith Niyomsuk ที่ได้เล่าถึงเหตุการณ์ขณะที่กำลังขับรถไปทำงาน และไปพบเข้ากับหญิงสูงวัยรายหนึ่งที่ยืนหลังค่อมอยู่ริมถนนจนหน้ายื่นออกมาในถนน ทำเจ้าตัวสุดเป็นห่วงจนต้องแวะพูดคุย ก่อนได้ใจความว่าคุณยายท่านนี้อายุ 88 ปี ป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนแล้วกำลังจะไปโรงพยาบาล ผู้โพสต์จึงอาสาพาไปส่งด้วยตนเอง ก่อนจะเกิดบทสนทนาที่สุดซาบซึ้งขึ้นทำเจ้าตัวกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

โดยข้อความระบุดังนี้  "ใครอยากตาย ? ใครคิดว่าชีวิตบัดซบ ? ... จงอ่าน status นี้ ...วันนี้ ผมไปทำงานสาย เพราะได้ไปส่ง “ คุณยายที่เจอข้างทาง ” ... ผมขอเรียกท่านว่า “ คุณครูอาวุโส ” ... ที่ได้สอนข้าพเจ้า ... ใครอ่านจบ ผมมั่นใจว่า คุณจะอยากมีชีวิตอยู่ต่อครับ ( ผมถ่ายภาพท่านไว้ และถอดคลิปเสียงมานะครับ แต่ขอณุญาตคุณยายแล้วครับ )

1. คุณยายอายุ 88 ปี ยืนหลังค่อมมาก เป็นรูปตัว C อยู่ข้างถนนซอยเอกมัย 12 เวลา 9:00 .. เนื้อตัวไม่ถือว่าซอมซ่อ มีไม้เท้า 1 อัน ถุงพลาสติกยับยู่ยี่. .. ท่านยืนพิงสังกะสีริมถนนในซอย ที่ไม่มีทางเท้าให้มนุษย์เดิน ด้วยหลังที่งอเป็นรูปตัว C ของท่าน ทำให้ท่านยืนหน้ายื่นเข้ามาในถนน .. ถ้าใครขับรถคันใหญ่หน่อย ก็สามารถเฉี่ยวร่างบางเบานี่ลากไปตามถนนได้แน่ ... ฉันขับผ่านท่านไป แล้วความไม่สบายใจก็เกิดขึ้นอย่างมหาศาลในหัวใจ ....ฉันกำลังขับทะลุไปทองหล่อ ... ฉันทบทวนในใจ ว่า ถนนในกรุงเทพไม่ปราณีใคร และคนกรุงเทพไม่สามารถมีน้ำใจได้เพราะต้องไปหาเงินกันก่อน !!! หรือ คุณยายจะรอใครออกมารับจากในบ้าน ก็เป็นไปได้ !! ... แต่บ้าน่า ถ้ารถจะออกจากรั้วบ้าน ก็เอาแกใส่รถมาซะก็จบเรื่อง .... เมื่อฉันคิดได้ ก็วกรถกลับทันที ... ฉันต้องไปคุยให้รู้เรื่องให้ได้ ว่าท่านมาทำอะไรข้างถนนที่จอแจนี่

2. ฉันเทียบรถเข้าไป ... “ ยายจ๋า ไปไหนจ๊ะ ? ” ... ยายตอบอย่างฉะฉาน ว่า “ ฉันจะไปโรงพยาบาลกลาง ” ... ok ! ท่านป่วย เพราะใส่ผ้ากันปาก ที่แขนมีรอยเจาะเลือดประมาณ 10 จุด และที่หลัง ใส่ชุดดามหลังตัว C ที่แสนน่ากลัวนั้น ...ฉันคิดทบทวน เอาไงดีวะ ? !! ... เราก็จะไปหาหมอที่สมิติเวช แล้วก็ทำงาน ... แต่ก็คิดใหม่ วันนี้กูต้องไปส่งยาย ... ยาย มี special things ที่ทำให้เราต้องบริการยายให้ได้ ... แล้ว ยายก็เป็น “ คนที่อายุเยอะที่สุดที่นั่งรถเรา “ ครับ ... และจากข้อ 3-10 ... คือบทสัมภาษณ์สุด exclusive ที่ไม่มีใครคิดว่าคนอายุเกือบ 100 ปี จะเล่าทุกอย่างอย่างพร่างพรู ... คุณยายแปลกหน้า vs มาร์แชล มาดูกันว่า เราได้เจอคุณครูอาวุโสท่านนี้ ท่านให้อะไรเรา

3. เริ่มกันที่อาการป่วย ... ยายบอกว่า ยายเป็นโรค “ กระดูกพรุน ” .. พร้อมประโยคเด็ดที่ว่า ทุกคนเขาสูงขึ้น แต่ฉันเตี้ยลงทุกวัน วันฉันไม่มีแรง และก็ล้มลื่น แขนฟาดพื้น ดีนะ ที่หัวไม่ฟาด งั้นฉันตายแน่นอน !! ... เราจึงบอกยายว่า “ ยายเก่งจังเลย ไปหาหมอได้คนเดียว แข็งแรงกว่าที่คิด แล้วก็พูดรู้เรื่องมากๆ ” ... ยายยิ้ม และตอบอย่างหนักแน่นว่า “ ฉันถูกสอนให้พึ่งพาตนเองตั้งแต่สาวๆ ทำอะไรก็ต้องทำเองทั้งหมด เวลาพึ่งพาคนอื่นฉันเกรงใจ ละอายใจ เจ้าหนู .. ส่งฉันที่เอกมัยก็พอ ” .... ผมนี่ ปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ได้ยาย !! ขอให้ผมได้ไปส่งยายเถิด คุณยายแท้ๆของผมก็เสียชีวิตไปแล้ว ... ยายอย่าได้กังวลนะ ..( อยากรู้ใช่ไหม ? ผัว ลูก หลาน ญาติ หายไปไหน ??? .. ข้อ ต่อไปเลยครับ )

4. “ ยายจ๋า แล้วลูกๆไปไหนกัน ? “ ฉันถามด้วยความอยากรู้ขั้นสุดแบบไม่ปิดบังความอยากนั้น .... ยายตอบด้วยเสียงเรียบเฉยว่า “ ฉันมีลูก 3 คน อยู่ อเมริกาหมดเลย คนโต 64 , 62 และ 59 ( ยายทำท่านับนิ้วเล็กๆก่อนตอบอายุลูก )” ... แล้วก็พูดต่อทันที เสมือนจะรู้ว่า ฉันคงจะด่าลูกเขาว่าไม่ดูแลแม่บังเกิดเกล้า ยายพูดว่า “ ลูกฉันดีทุกคน มาเยี่ยมฉันปีละ 4 ครั้ง แต่พยายามชวนฉันไปอยู่อเมริกา แต่ฉันดื้อเอง ฉันไม่ไป ” ... ผมนี่ น้ำตาคลอเบ้า !! ... ยายคือ ต้นกำเนิดรถ Ford เหรอ !! เพราะ เกิดมาแกร่งอะไรขนาดนี้ หรือว่ายายเคยเป็นเพชรมาก่อน ถึงได้ใจแข็งนัก ... ฉันเลยปิดท้ายเรื่องลูกๆยายไปว่า “ ยายจ๋า ... ถ้าลูกกลับมาช่วงปลายปี แล้วมารับยายไปอเมริกา ยายต้องไปแล้วนะ !! เพราะถ้ายายไม่ไป ลูกยายจะไม่ได้ดูแล ไม่ได้นวดขา ไม่ได้ทำข้าวให้ทาน ยายต้องให้เขามีโอกาสตอบแทนเรา ยายเหนื่อยมามาก ลูกไม่มีบ่นหรอก ครับ แต่ในทางกลับกัน ถ้ายายไม่ไป คนในสังคมเขาจะคิดว่าลูกยายไม่ดี เป็นตราบาปแก่ลูกไปอีก ” ... ยาย ถามมาสั้นๆว่า ต้องไปใช่ไหม ? ( อยากรู้เรื่องแฟนยาย ? จะบอกให้ โคตรดี !!!! )

5. “ โทษครับยาย คุณตายังอยู่ไหม ??? ” ( ฉันคำนวนเอง ว่ายังไงก็สิ้นไปแล้วแน่ๆ ) ... ยายตอบว่า “ เขาตายไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เป็น alzheimer โรคความจำเสื่อม ฉันป้อนข้าวป้อนน้ำเขามาตลอด แล้วจู่ๆก็หลับไป “ ... ฉันได้โอกาสก็เลยถามเรื่องกระชุ่มกระชวยหัวใจบ้าง. ... ยายครับ “ คุณตาเขาดีไหม ? นอกใจไหม ? มีเมียน้อยไหม ? ” ... ยายตอบทันควัน ปกป้องวิญญาณคุณตาอย่างภาคภูมิว่า “ ฉันได้สามีที่เป็นคนดีมาก ดีที่สุด เราไม่เคยทะเลาะกันเลยซักวันเดียว ไม่มีการงอน เพราะเราทำงานกันทุกวัน ไม่มีเวลามาคิดเรื่องอื่น ตอนแรก ฉันไม่ได้จะเอาเขา เพราะฉันไม่รู้จักเขา มีหนุ่มมารุมจีบฉัน 10 กว่าคน แต่เขามาเข้าทางคุณป้า ไม่รู้คุยกันอีท่าไหน ก็นัดวันยกขันหมากมากดดันที่บ้าน จนพ่อต้องยกฉันให้ เขารักฉันมาก พาฉันไปเที่ยว พาไปดูหนัง เราชอบดูหนังที่ลิโด้สยามมาก ฉันดูทุกเรื่อง แต่ก็ไม่เคยไปไหนได้ไกล เพราะต้องทำงาน เขาชอบสอนให้ฉันเก็บเงิน ฉันก็ตามๆเขา เราก็เลยไม่ขัดกัน มีช่วงนึงก็มีผู้หญิงหลายคนมาแย่ง แต่เขาไม่สนใจ ” .... ฉันฟังแล้ว ไม่อยากจะเชื่อ ว่า “ รักแท้นั้นมีอยู่จริง ” .... ก็เลยถามต่อไปว่า “ ยายคือสาวกรุงเทพยุคแรกเลยใช่ไหมครับ ? ” ... ยายตอบอย่างมั่นใจว่า “ ไม่ใช่เลย ฉันเป็นคนสุรินทร์ ส่วนตาเป็นคนจีน มาทางเรือ แล้วก็ทำงานที่กรุงเทพ แต่มาเจอฉันตอนมาส่งของที่สุรินทร์ พอเจอฉัน เขาชอบฉัน ก็เลยต้องเทียวมา เทียวไป กรุงเทพ สุรินทร์ ส่วนฉันก็เฉยๆ ไม่ได้รู้สึกอะไร .. แต่มีวันนึง ฉันต้องใจอ่อน เพราะ รู้เรื่องว่า เขามาทางม้า ควบม้ามาจากรุงเทพ แล้ว ม้าเขาตายกลางทาง เขาร้องไห้เสียใจ .. วันนั้นฉันเลยเข้าใจว่า เขาเต็มที่มากๆ ” ..... โห !!! นี่กูดูหนัง Hollywood เหรอวะ !!! ... นึกมาตลอดว่ามาสุรินทร์โดยรถ !!! .... แม่ง “ ขี่ม้ามา !!!! ” .... แล้วยายก็บอกว่า หลังจากยอมแต่งงาน ก็ไม่กล้าขี่ม้าอีก จึงตัดสินใจซื้อรถเฟี๊ยตครับ

6. เราคุยกันเรื่อง อื่นๆทางประวัติศาสตร์ด้วย .. นั่นคือเรื่องสงคราม !! .... ยายบอกว่า หลบระเบิดน่ากลัวสุดๆ ต้องลงหลุม หุบปาก ตัวสั่น กลัวตาย ... แล้วก็เล่าถึงธุรกิจของญาติตัวเอง ที่ทำ “ สวนทุเรียนในเขตบางกอก !!! ” ... อันนี้ ตกใจสุด เพราะว่าตามพงศาวดารที่ฝรั่งเศษ เขียนเอาไว้ ก็เคยเล่าว่า กรุงเทพนี่ส่งออกทุเรียน แล้วมีสวนทุเรียนมาก !!! .... เคยอ่านเจอ ยังนึกไม่ออกว่ามีทุเรียนได้อย่างไร ? ... แต่พอยายเล่า ฉันรู้สึก เขื่อในสิ่งที่คนโบราณเขียนเอาไว้. มันมีมูล มีที่มาที่ไป ... ยายเล่าตลกมาก ว่า วันที่ต้องเลิกทำสวนทุเรียน ก็เพราะ ทหารเข้ามาขโมยทุเรียน แล้วทุเรียนตกใส่หัว !! เลือดอาบเลย ก็เลยโดนโค่นต้นทุเรียนทิ้ง !! ... ลืมถามว่าทหารชื่ออะไร !??

7. ถามต่อ ว่า “ ยายพอใจกับชีวิตตนเองไหม ? อยู่ดูโลกมานานตั้ง 88 ปี ” ... ยายตอบว่า “ อยากอยู่ไปนานๆ เพราะ อยู่นานๆก็ได้เห็นอะไรใหม่ๆ สมัยก่อนนะ จะขึ้นมาดูอะไรสูงๆ จะต้องขึ้นที่ ลานเก้า !! ( อันนี้ไม่รู้จัก )... เห็นทั้งหมดเลย แต่เดี๋ยวนี้ ตึกสูงมากๆ ให้ฉันอยู่ ฉันไม่กล้าอยู่ กลัวมันถล่ม ” .... ดูคำตอบยายซิครับ !! ยายคิดบวกสุดๆ ... ก็ถามยายว่า แล้วยายทำอย่างไรให้อารมณ์ดี ให้ไม่ปวดหัว .. ยายบอกว่า “ ปวดหัวคืออะไรไม่รู้จัก !!! ฉันไม่คิดมาก คนอื่นเขาปวดหัวกัน ฉันไม่เคยปวดหัว มีแต่โรคกระดูกพรุนนี่แหละ ที่ทำให้ฉันเหมือนคนพิการ เดินเหินลำบาก ” .... ฉันยกมือ นิ้วโป้งให้ยาย บอกว่า ยายเก่งมากๆๆๆๆ

8. เท่าที่คุย ยายมีความรู้ และมีฐานะพอสมควรครับ ลูกหลานไม่ได้ทิ้ง !! .. แต่ยายคือ independent women ของจริง !! ... นี่คือหญิงแกร่งที่ฉันพบเจอ ... ระหว่างคุย ฉันกลัวยายอ๊วกใส่รถ เพราะเห็นไอๆ 2-3 ครั้ง ก็เลยถามว่า นายนั่งสบายไหม ? คลื่นไส้ไหมครับ ? ... ยายตอบว่า “ ไม่มีอะไรให้คลื่นไส้ เพราะไม่ได้ทานอะไรเลย เมื่อวานหิวข้าว แต่ออกมาหน้าบ้าน ไม่มีรถผ่านซักคัน ก็เลยนอนหลับไป ไม่ได้ทานอะไร !! ” .... เห้อ ! ยายเอ๋ย ... อย่าทำอย่างนี้นะ ไปอยู่กับลูกซะ !!

9. ใครรักในหลวงคงอิ่มเอิบใจ .. ฉันพยายามถามถึงในหลวง ร.8 เพราะอยากรู้ .... แต่ยายไม่ได้ตอบอะไร ( การข่าวสมัยก่อนไม่ได้เหมือนสมัยนี้ ) ... ก็เลยเปลี่ยนมาถามเรื่องในหลวงร.9 ... ว่ายาย ก็อยู่สมัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ยายเคยเจอท่านไหม ? ... ยายตอบว่า ทุกวันเกิดในหลวง ก็จะไปรับเสด็จกับคุณตา ไปกันทุกปี อยากไปแอบดูในหลวง ... นี่คือ คนยุคก่อน ที่ผูกพันกับสถาบันแบบถวายให้ทั้งตัวและหัวใจ

10. ฉันขอกราบพระ แล้วส่งพรให้ยาย อายุยืนยาว และให้ยายอย่าได้ประสบภัยร้าย เพราะ ยายเล่าเรื่องโจรขึ้นบ้าน 2 รอบ , เรื่องความลำบากในการเดินทาง ... แต่ทุกเรื่อง ยายจะจบด้วยคำว่า “ ฉันชอบทำอะไรด้วยตนเอง ไม่ชอบพึ่งพาคนอื่น ฉันสู้ด้วยตนเองมาทั้งชีวิต ” .... ยาย คือ ครูของผมครับ ผมก็ทำอะไรเอง ร้องขอคนช่วยเหลือน้อย แต่หลายครั้งก็มีใจอ่อน หมดแรง อยากพึ่งพาบ้าง ,. แต่พอเห็น ยายแล้ว. เรามัน “ กระจอก !!! ” ... ยายคือที่สุด ... พอผมส่งยายที่โรงพยาบาลกลาง ยายยกมือไหว้พระ แล้วอวยพรผม .. ผมถามว่า “ ยายดีใจไหมที่เจอผม. ? ” ... ยายตอบว่า “ เหมือนถูกหวยรางวัลที่ 1 ขอให้หนูเจริญในหน้าที่การงานนะ ” .... แล้วรถก็ปิด ฉันขับรถมาทำงาน .... และ

ร้องไห้ตลอดทาง ...




 
เรียบเรียงข้อมูลโดย CH7 Social News
ขอบคุณข้อมูลและคลิปจาก เฟซบุ๊ก Narith Niyomsuk 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง