7HD ร้อนออนไลน์

นศ.สาวยันเจลลีกัญชาเรื่องจริง

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์เตือนภัยหลังเพื่อนซึ่งเป็นนักศึกษาผู้หญิงได้กินเจลลีกัญชา ซึ่งดาราชายได้ยื่นเจลลีให้กับน้องนักศึกษาและพี่เลี้ยงฝึกงานคนละเม็ด หลังกินเขาไปแล้วนักศึกษาผู้หญิงมีอาการเวียนหัวจึงขอให้พาไปโรงพยาบาล พี่เลี้ยงฝึกงานจึงเรียกแกร็บคาร์ให้ไปส่งโรงพยาบาล

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปคุยกับน้องนักศึกษาสาวผู้เสียหาย ยืนยันทุกอย่างในโพสต์เป็นความจริงไม่ได้ต้องการทำให้ใครเสียหาย เพียงต้องการเตือนภัยผู้หญิงให้ระวังตัวโดยเฉพาะเพื่อนสนิทในเฟซบุ๊กเท่านั้น จากนี้ไปก็ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของตำรวจ ส่วนประเด็นที่ดาราหนุ่ม "ฟรอยด์" ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่ได้เป็นคนยื่นเยลลี่ให้กับตัวเองนั้น เรื่องนี้ไม่สามารถพูดอะไรได้ เพราะไม่มีหลักฐานที่แน่นหนามายืนยันแต่กำลังรวบรวมหลักฐานอยู่ เพราะเกรงว่าอาจถูกฟ้องดำเนินคดีกลับ ยืนยันว่ารุ่นพี่ที่ฝึกงานกับดาราชายไม่ได้นัดพบกันที่ร้าน แต่บังเอิญไปเจอกันที่ร้านอาหารเท่านั้น ส่วนเจลลีที่ทานเข้าไปมีหน้าตาเหมือนเจลลีเด็กทั่วๆ ไป

ขณะที่ "ฟรอยด์" หรือ นายณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์ พิธีกรหนุ่มที่ถูกพาดพิงถึงกรณีที่เกิดขึ้น เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุไปร้านนั้นจริงและอยู่ในเหตุการณ์ด้วย โดยปกติแล้วร้านนี้ไปรับประทานอาหารเป็นประจำ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา รุ่นน้องที่สนิทกันได้่เดินทางมาพร้อมกับผู้หญิง และุได้ร่วมโต๊ะกันโดยไม่ได้นัดหมาย แต่เป็นเพราะสนิทกันเลยให้ร่วมโต๊ะ ก่อนจะสั่งอาหารมากินกันตามปกติ วันเกิดเหตุน้องบอกว่าหนาวให้ปิดแอร์ร้านก็ปิดแอร์ให้ จากนั้นมีการบอกว่ามึนหัวเหมือนจะเป็นลมตนเองคิดว่าน้องเป็นอะไรหรือไม่ และคิดว่าเพิ่งมาจากข้างนอกอาจจะเหนื่อยหรือไปทำอะไรมาหรือไม่ จึงบอกว่ากินอะไรหวานๆมั้ย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวทุกคนในร้านเห็นเหมือนกันหมดสามารถเรียกมาสอบถามได้ แต่น้องผู้หญิงยืนยันว่าอยากไปโรงพยาบาล จากนั้นมีการเรียกแกร็บคาร์และรุ่นน้องก็้ออกไปกับน้องผู้หญิง ข่าวที่ออกมาทำให้ตนเองงงมาก

พันตำรวจเอกภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 ไปติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว บอกว่า ขณะนี้ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะคนในเหตุการณ์หรือบุคคลแวดล้อมอื่นๆ อีกหลายรายเข้าให้ปากคำในทุกประเด็นข้อสงสัย ซึ่งก่อนหน้านี้นักศึกษาสาวได้เข้ามาให้ข้อมูลแล้วบางส่วน ขณะที่ตำรวจก็ได้รวบรวมหลักฐานภาพวงจรปิดมาแล้วส่วนหนึ่ง แต่ยังคงต้องรอผลนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบด้วยว่า นักศึกษาสาวรายนี้มีอาการมึนงงจากอะไร ซึ่งก็ยังไม่ยืนยันว่าขนมเยลลี่ดังกล่าวทำให้เกิดอาการมึนงงหรือไม่