สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : รวบยกแก๊ง ครอบครัวตระเวนชนตบทรัพย์ จ.สระแก้ว

ตำรวจจับกุมขบวนการชนตบทรัพย์ชาวบ้านในจังหวัดสระแก้วได้ยกแก๊ง หลังก่อเหตุกับเหยื่อผู้เสียหายมาแล้วหลายราย พบผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ทำกันเป็นครอบครัว ลงสนามข่าวนี้กับคุณชนะชัย แก้วผาง

ภาพจากกล้องหน้ารถของชาวบ้าน เผยพฤติการณ์ของแก๊งชนตบทรัพย์ ขณะก่อเหตุกับ นายบัว สาริกาน อายุ 59 ปี ระหว่างเขาขับรถกระบะสภาพเก่า อายุใช้งานกว่า 30 ปี มุ่งหน้าไปซื้อของในเมืองสระแก้ว เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา

เขาเล่าว่า มีรถกระบะสีดำขับจี้ท้าย พร้อมบีบแตร ขณะเดียวกันมีรถยนต์อีกคันแล่นอยู่เลนซ้ายสุด ด้วยความตกใจจึงหักหลบไปทางเลนซ้ายกะทันหัน ก่อนเฉี่ยวชนกับรถยนต์อีกคัน จากนั้นจึงจอดเจรจาตกลงกัน

ไม่ใช่แค่ นายบัว ที่ตกเป็นเหยื่อผู้เสียหาย เพราะยังมีชาวบ้านอีกจำนวนไม่น้อยที่เกือบต้องสูญเงินให้กับแก๊งชนตบทรัพย์แก๊งนี้

หลังผู้เสียหายทราบว่าตกเป็นเหยื่อแก๊งชนตบทรัพย์ จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองสระแก้ว พร้อมนำหลักฐานกล้องหน้ารถของพลเมืองดีให้ตำรวจตรวจสอบทะเบียนรถ 2 คัน ที่ขบวนการนี้ใช้ก่อเหตุ ปรากฏว่าเป็นทะเบียนจริง นี่จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่ตำรวจใช้ติดตามกลุ่มผู้ต้องหามาดำเนินคดี 

นายสมคิด และ นางพรพิมล แม่นปืน สามีภรรยาชาวจังหวัดสระแก้ว และ นางสาวศศิญากรณ์ เฉลยพจน์ ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ถูกตำรวจจับกุมตัวได้ พบพฤติการณ์ทำกันเป็นครอบครัว นายสมคิด ทำหน้าที่ขับรถกระบะจี้ท้ายเหยื่อให้หลบเข้าเลนซ้าย เพื่อให้ นางสาวศศิญากรณ์ ขับเฉี่ยวท้ายรถเหยื่อ โดยมีภรรยาของ นายสมคิด นั่งมาด้วย 

ตำรวจยังเปิดเผยอีกว่า แก๊งชนตบทรัพย์มักจะเลือกรถของเหยื่อที่เป็นผู้หญิง หรือผู้สูงอายุ และรถที่ค่อนข้างเก่า ไม่มีประกัน โดยการวางแผนก่อเหตุเป็นทีม เพื่อให้เกิดอุบัติเหตุ แล้วเรียกค่าเสียหายจากเหยื่อ ซึ่งคันที่อยู่ด้านหลังมักจะขับจี้ท้าย เพื่อบังคับให้เหยื่อแซงออกไปยังเลนขวา เมื่อเหยื่อเปลี่ยนมายังเลนขวา รถอีกคันจะแซงตามรถเหยื่อ และพยายามบีบแตรไล่ให้ตกใจ จนเปลี่ยนเลนมาทางซ้าย ในลักษณะขับปาดหน้ารถคนร้ายอีกคัน ส่วนรถที่ขับจี้ท้ายจะขับหนีไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น หากเกิดเหตุในลักษณะนี้ควรตั้งสติ อย่าขับชน เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วอย่าเพิ่งลงจากรถ ให้แจ้งตำรวจทางหลวง หรือตำรวจท้องที่ พร้อมเรียกคู่กรณีไปเจรจาค่าเสียหายที่สถานีตำรวจ