ห้องข่าววาไรตี้

ย้อนคดีเด่นรอบสัปดาห์ : ดำเนินคดีผู้ต้องสงสัยฆ่าบิลลี่

17 เมษายน 2557 เป็นจุดเริ่มต้นการหายตัวไปของ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ "บิลลี่" แกนนำชาวกะเหรี่ยงในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งขณะนั้นมีผู้บอกว่า นายบิลลี่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จับกุมตัวไปข้อหามีน้ำผึ้งป่าไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย จากนั้นก็ทราบข่าวมีการปล่อยตัวกลับไปแล้ว แต่ก็ไม่มีใครพบเห็นนายบิลลี่อีกเลย

ภรรยานายบิลลี่ไปร้องขอความเป็นธรรมกับหลายหน่วยงานภาครัฐ และหนึ่งในนั้นคือกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ซึ่งก็เดินหน้าสืบสวนหาข้อเท็จจริงเรื่อยมา กระทั่งมาจนพบหลักฐานสำคัญอยู่ใต้แม่น้ำบริเวณสะพานแขวน เขื่อนแก่งกระจาน ชุดประดาน้ำจึงลงไปค้นหา พบชิ้นส่วนกระดูก ถังน้ำมัน 200 ลิตร เหล็กเส้น ถ่านไม้ จึงนำกลับไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ พบว่ามี DNA ส่วนหนึ่งตรงกับมารดาของนายบิลลี่

เมื่อหลักฐานต่างๆ ชัดเจนเพียงพอ DSI จึงไปขอศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางอนุมัติหมายจับ ซึ่งศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 4 คน ใน 6 ข้อหา และหนึ่งในผู้ต้องหาสำคัญคือ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งทันทีที่ทราบข่าวก็ยืนยันว่าจะเดินทางไปพร้อมเจ้าหน้าที่ที่ถูกออกหมายจับทุกคน เข้ามอบตัวในวันรุ่งขึ้น

เมื่อนายชัยวัฒน์ตัดสินใจให้การปฏิเสธ และขอไม่ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน DSI จึงต้องควบคุมตัวไปขออำนาจศาลฝากขัง ส่วนการลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานในวันเดียวกัน ที่ไม่พบรถจักรยานยนต์ของนายบิลลี่ ก็ทำให้พี่ชายของนายชัยวัฒน์ ตั้งข้อสงสัยว่า เป็นการกลั่นแกล้งนายชัยวัฒน์ ให้ต้องรับโทษหรือไม่ เรื่องนี้ DSI ยืนยันชัดเจน ทำทุกอย่างไปตามพยานหลักฐาน

ศาลพิจารณาคำร้องขออำนาจศาลฝากขังของ DSI และคำร้องยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวของผู้ต้องหา ก่อนพิจารณาให้ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน วางหลักทรัพย์คนละ 800,000 บาท พร้อมเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ สุดท้ายนายชัยวัฒน์ กับพวกก็ได้ประกันตัว พร้อมตั้งข้อสงสัยพยานหลักฐานของ DSI

ส่วนภรรยาของนายบิลลี่ ที่ไปยื่นคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวที่ทราบข่าวนี้ ก็ยอมรับว่า รู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะที่ผ่านมาก็เคยมีเหตุการณ์คนแปลกหน้าเข้าไปถ่ายภาพบ้าน ต้องขอให้ DSI ช่วยดูแลความปลอดภัย

คดีนี้ยังไม่จบง่ายๆ เพราะ DSI ยังคงเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานค้นหาความจริง เอาผิดผู้ต้องหา ส่วนนายชัยวัฒน์กับพวกก็เตรียมแก้ต่าง ยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง สุดท้ายต้องให้ศาลตัดสินใครถูกใครผิด