7HD ร้อนออนไลน์

กกต.สอนกฏหมายพรรคอนาคตใหม่เล็งเอาผิด ธนาธร เพิ่ม

คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. เตรียมดำเนินคดีอาญากับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถือหุ้นสื่อขณะลงสมัคร สส. โทษสูงทั้งจำคุก-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี สอนกฎหมายพรรคอนาคตใหม่ กรณีสถานภาพ สส.สิ้นสุดหรือไม่ กกต.สามารถส่งศาล รธน.วินิจฉัยได้ทันที หลัง"ธนาธร" ฟ้อง 7 กกต. อ้างเร่งรัดไม่รอไต่สวน ยันทำหน้าที่ตามกฎหมาย ไร้เหตุจูงใจทางการเมือง

กกต. ชี้แจง กรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้มอบหมายให้ทนายความ ไปยื่นฟ้อง กกต.7 คน ต่อศาลอาญาคตีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

กรณีที่ นายธนาธร ถูกกล่าวหาว่าถือครองหุ้นในธุรกิจสื่อมวลชนโดยที่ กกต. รวบรัดส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รอให้การไต่สวนเรียกพยานเข้าสอบปากคำของคณะอนุกรรมการก่อน  โดย ยืนยันว่ากกต. ได้ชี้แจงเรื่องนี้ไปแล้ว เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา และเพื่อให้เกิดความชัดเจน ขอชี้แจงเพิ่มเติมในข้อเท็จจริงเรื่องนี้ว่า

การพิจารณาคุณสมบัติความเป็น สส. เป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง เมื่อ กกต. เห็นว่า ความเป็น สส. ของคนใดมีเหตุสิ้นสุดลง สามารถยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ทันที ซึ่งกรณี นายธนาธร  เป็นกรณีความปรากฏต่อ กกต. ว่าสำเนารายชื่อผู้ถือหุ้นยังมีชื่อนายธนาธร เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งกกต. จึงได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ส่วนประเด็นที่ กกต. ดำเนินการไต่สวนอยู่ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวนการไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด นั้น เป็นกรณีการดำเนินการกรณีคดีอาญาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งมาตรา 151  เรื่องที่ผู้ใดรู้อยู่ว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติ แต่ยังฝ่าฝืนลงสมัคร กกต. จึงต้องสืบสวนและไต่สวนต้องแสวงหา และรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเสนอสำนวน กรรมการ กกต. พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด และต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาแสดงพยานหลักฐาน ขณะนี้เป็นสำนวนอยู่ในขั้นตอน

การดำเนินการของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คุณะกรรมการการเลือกตั้งยังมิได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดยืนยันว่าการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวเป็นคนละกรณี และ กกต. ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด โดยมิได้มีการเร่งรัดหรือมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองแต่อย่างใด