เจาะประเด็นข่าวค่ำ

ศาลฎีกาพิพากษายืน ประหารชีวิตชายชาวสเปน ฆ่าหั่นศพเพื่อน-ชิงทรัพย์

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัว นายอาเธอร์ เซการา พรินเซพ อายุ 40 ปี ชาวสเปน มาฟังคำพิพากษาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย, หน่วงเหนี่ยวกักขัง, ลักทรัพย์ และข้อหาอื่นๆ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), มาตรา 199 และ 310

คดีนี้อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2559 สรุปฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2559 พบชิ้นส่วนแขนขวามนุษย์ลอยมาในแม่น้ำเจ้าพระยาพื้นที่เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร และยังพบชิ้นส่วนมนุษย์อีกหลายชิ้นในเขตรับผิดชอบ สภ.เมืองนนทบุรี, สภ.ปากเกร็ด และ สภ.เมืองปทุมธานี

จากการสืบสวนพบว่าเป็นชิ้นส่วนของ นายเดวิด เบอเนต โมราด ชาวสเปน ตามแนวทางการสืบสวนทราบว่า จำเลยได้พานายเดวิดเข้าไปในห้องพักคอนโดมิเนียมย่านพระราม 9 ก่อนจะบังคับให้บอกรหัสบัตร ATM แล้วฆ่าหั่นศพ นำชิ้นส่วนทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา จากนั้นนำบัตร ATM ไปตระเวนกดเงินกว่า 700,000 บาท ต่อมาตำรวจตามจับจำเลยได้ขณะหลบหนีอยู่ในพื้นที่ชายแดนอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2560 ให้ประหารชีวิต และต่อมาวันที่ 13 กรกฎาคม 2561 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และให้ชดใช้เงินคืนแก่ญาติผู้เสียชีวิต 734,940 บาท

และวันนี้ (20 พ.ย.) ศาลฎีกาพิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ถึงแม้คดีนี้จะไม่มีประจักษ์พยาน แต่โจทก์มีพยานแวดล้อมที่เชื่อมโยงกันได้ว่า จำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้อง จึงพิพากษายืนให้ประหารชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังฟังคำพิพากษาผ่านล่ามแปลภาษาสเปน นายอาเธอร์ถึงกับมีอาการตัวแดง และพูดคุยผ่านล่ามด้วยท่าทีเคร่งเครียด ผู้พิพากษาจึงชี้แจงผ่านล่ามว่า กฎหมายไทยหากคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยยังสามารถยื่นขออภัยโทษได้ จากนั้นคุมตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวางตามเดิม