ห้องข่าวภาคเที่ยง

คอลัมน์หมายเลข 7 : พิพิธภัณฑ์ปลาบึกได้ใช้เงิน แต่ไม่ใช้งาน

“คอลัมน์หมายเลข 7” และ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่า สตง. ในฐานะ ผู้ตรวจเงินแผ่นดินภาคประชาชน ลงพื้นที่สัปดาห์ที่แล้วกลับไปติดตามการแก้ปัญหาโครงการเส้นทางธรรมชาติริมแม่น้ำโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย หรือพิพิธภัณฑ์ปลาบึกสีทอง หลังเคยลงพื้นที่ตรวจสอบหลายครั้งร่วมกับเจ้าหน้าที่ สตง. เชียงราย ตั้งแต่ปี 2560 พบหลักฐานชี้ชัดโครงการนี้ทิ้งร้างจนพังเสียหาย ไม่เปิดใช้ตามแผนงานส่งเสริมการท่องเที่ยว นับตั้งแต่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ปี 2558 ทั้งที่ใช้จ่ายเงินแผ่นดินไปแล้วกว่า 33 ล้านบาท

การตรวจสอบครั้งนี้พบว่ามีการปรับพื้นที่และซ่อมแซมสะพาน รวมทั้งที่ด้านนอกพิพิธภัณฑ์ปลาบึกสีทอง ส่วนด้านในยังไม่ซ่อมแซมเหมือนกับอาคารจำหน่ายสินค้าและลานกิจกรรมประติมากรรมปลาแม่น้ำโขง มีสภาพทรุดโทรมเสียหายมากกว่าที่ตรวจพบเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

อดีตผู้ว่า สตง. ให้แง่คิดการทำโครงการเพื่อเชื่อมต่อพิพิธภัณฑ์ปลาบึกสีทอง ต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและมีแผนงานรองรับที่ชัดเจน

โครงการพิพิธภัณฑ์ปลาบึกสีทอง ใช้งบประมาณกลุ่มจังหวัดรวมกว่า 33 ล้านบาท โดยสัญญาแรกก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ปลาบึกสีทองเพื่อเป็นสัญลักษณ์ประจำพื้นที่หรือ Landmark รวมทั้งอาคารจำหน่ายสินค้าและถนน คสล.ค่าจ้าง 20 ล้านบาท

สัญญาที่ 2 ก่อสร้างสะพาน คสล.สถาปัตยกรรมแบบล้านนา กว้าง 7 เมตร ยาว 40 เมตร ค่าจ้าง 9,570,000 บาท

และสัญญาที่ 3 ก่อสร้างลานกิจกรรมและประติมากรรมปลาแม่น้ำโขง ค่าจ้าง 3,715,000 บาททั้ง 3 สัญญา สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงรายทำสัญญาจ้างเอกชนรายเดียวด้วยวิธีพิเศษ เริ่มงานปี 2556 ส่งมอบงานทั้งหมดปี 2558

แม้ว่าการแก้ปัญหาที่พิพิธภัณฑ์ปลาบึกสีทองมีทิศทางที่ดีขึ้น นายอำเภอเชียงของและผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มทำโครงการนี้ จะมีแนวทางอย่างไร เพื่อให้โครงการนี้เปิดใช้ได้ตามงาน