เช้านี้ที่หมอชิต

รวบหญิงพิการ ตุ๋นชาวบ้านลงทุนโควตาลอตเตอรี่ สูญเงินกว่า 120 ล้านบาท

เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจตามรวบหญิงพิการที่หลอกชาวบ้านในจังหวัดขอนแก่น ให้ร่วมลงทุนโควตาลอตเตอร์รี่ โดยใช้อุบายให้ผลตอบแทนสูง มูลค่าความเสียหายกว่า 120 ล้านบาทได้แล้ว เธอยอมรับว่าแต่งเรื่องขึ้นมาเองว่าได้โควตาพิเศษโดยตรงจากกองสลากหลายเล่มเพื่อลวงเหยื่อ

ความคืบหน้ากรณีกลุ่มผู้เสียหายนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.สีชมพู ขอให้เร่งตามจับตัวหญิงพิการคนหนึ่ง ที่ออกอุบายว่ามีโควตาลอตเตอรี่จากกองสลากอยู่ในมือจำนวนมาก และสามารถล็อกโควตาใบสั่งซื้อลอตเตอรี่ได้จำนวน 2,000-5,000 เล่ม ราคาเล่มละ 7,040 บาท ก่อนจะชักชวนให้ชาวบ้านมาร่วมลงทุน โดยไม่ต้องขายเอง อ้างว่าจะมีเครือข่ายทำหน้าที่กระจายนำลอตเตอรี่ไปขายให้ ผู้ที่สั่งซื้อให้รอเงินปันผลอย่างเดียว ซึ่งในช่วงแรกมีการปันผลให้จริง เป็นเงินร้อยละ 10 ของเงินลงทุน

หากซื้อ 1 เล่ม จะได้เงินปันผล 700 บาท ในทุก ๆ 15 วัน หลังการประกาศผลรางวัล กระทั่งหญิงพิการรายดังกล่าว เริ่มบ่ายเบี่ยงที่จะจ่ายเงินปันผล ก่อนจะหนีหายไปไม่สามารถติดต่อได้ 

โดยขณะนี้มีความเสียหายจากผู้เข้าแจ้งความแล้ว 8 คน รวมเป็นเงิน 13 ล้านบาท และจากข้อมูลของตำรวจพบว่ามีผู้เสียหายทั้งหมด 60 คน คาดว่าความเสียหายสูงกว่า 120 ล้านบาท

ต่อมาศาลอนุมัติออกหมายจับหญิงดังกล่าว คือ นางสาวสุพักตร์ ประทุมมา หรือเจ้แดง อายุ 47 ปี และล่าสุดตำรวจสามารถตามรวบตัวเจ้แดงเอาไว้ได้ จากการสอบสวนเจ้าตัวให้การว่าเธอมีอาชีพขายลอตเตอรี่มาประมาณ 30 ปีแล้ว และเริ่มหลอกชาวบ้านให้มาร่วมลงทุนเมื่อช่วงต้นปีที่แล้ว โดยเริ่มจากการชักชวนญาติสนิทก่อน ได้จัดการบริหารโดยเอาเงินลงทุนของเหยื่อคนใหม่ส่วนหนึ่งมาจ่ายเป็นเงินปันผลกําไรให้กับเหยื่อคนเก่า อ้างว่าเป็นผลกําไรที่ได้จากการขายลอตเตอรี่ที่ซื้อผ่านโควตาของเธอ

ในช่วงแรกสามารถจัดการเงินปันผลให้กับผู้ร่วมลงทุนได้ตามรอบ จึงเริ่มชักชวนเพื่อน และคนรู้จักมาร่วมลงทุน จนมีผู้สนใจและเข้าร่วมลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอพยายามจัดสรรเงินปันผลให้กับผู้ร่วมลงทุนไปจนหมด เหลือทรัพย์สินติดตัว คือบ้านที่ติดขายฝากกับนายทุน และรถยนต์ที่ยังผ่อนกับบริษัทอีก 1 คัน กระทั่งช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาหมุนเงินไม่ทัน จึงไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ร่วมลงทุนได้

โดยลอตเตอรี่ที่เธอได้รับโควตาราคาพิเศษจากกองสลากฯ จริง ๆ มีจํานวน 5 เล่ม และได้จากการกดจองผ่านตู้ ATM อีก 5 เล่ม รวมเป็น 10 เล่มต่องวดเท่านั้น ส่วนที่บอกเหยื่อว่าได้ครั้งละ 2,000-5,000 เล่มนั้นเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นไว้หลอกให้เหยื่อตายใจยอมลงทุนด้วย

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน และนําเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนตามยึดทรัพย์ เพื่อนำเงินมาเยียวยาให้กับผู้เสียหาย