ห้องข่าววาไรตี้

ข่าวเกษตร : ทำน้ำหมักชีวภาพลดต้นทุนการผลิต จ.นครสวรรค์

วันนี้จะพาคุณผู้ชมไปชมเทคนิคการผลิตน้ำหมักชีวภาพของเกษตรกรที่ปลูกฝรั่งอยู่ในตำบลบ้านม่วง อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ โดย นางกฤชนา ใจเด็ด เกษตรกรเจ้าของสวนฝรั่ง เปิดเผยว่า น้ำหมักชีวภาพสูตรนี้ มีต้นทุนในการผลิตต่ำ ใช้เพียงน้ำมะพร้าว น้ำแป้งหมาก นมเปรี้ยว ซีอิ้วดำ นำมาหมักรวมกับเศษฝรั่งสุก ผักผลไม้สุกชนิดอื่นๆ เป็นเวลา 7 วัน จะได้เป็นหัวเชื้อน้ำหมักเข้มข้น นำไปผสมกับน้ำเปล่า กากน้ำตาล และเศษหัวปลา หมักต่ออีก 21 วัน ก็สามารถนำน้ำหมักที่ได้ไปผสมน้ำเปล่า ในอัตราส่วนน้ำ 200 ลิตร ต่อน้ำหมัก 20 ลิตร ใช้รดต้นฝรั่งได้ทุกๆ 15 วัน นอกจากนี้เกษตรกรยังสามารถนำวัตถุดิบอื่นๆ มาทำเป็นน้ำหมักได้ตามความเหมาะสม

นอกจากจะใช้น้ำหมักชีวภาพในการดูแลต้นฝรั่งแล้ว นางกฤชนายังมีเทคนิคในการดูแลต้นฝรั่ง คือ เมื่อตัดหญ้าตามร่องสวน จะนำเศษหญ้าไปคลุมไว้ตามโคนต้นฝรั่ง แล้วนำน้ำหมักชีวภาพไปรด ปล่อยให้ย่อยสลายไปเองตามธรรมชาติ และจากประสบการณ์ การทำการเกษตรและปลูกฝรั่งมานานเกือบครึ่งชีวิต นางกฤชนา เล่าว่า การใช้น้ำหมักชีวภาพในการดูแลต้นฝรั่งแทนการใช้สารเคมี นอกจากจะลดต้นทุนค่าสารเคมีที่ใช้บำรุงและป้องกันโรค ยังช่วยทำให้สุขภาพของตนเองดีขึ้น ต้นฝรั่งก็ให้ผลผลิตได้มาก และมีอายุยืนขึ้นเช่นกัน

นอกจากต้นพันธุ์ฝรั่งจะมีอายุยาวนานขึ้น สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่าง คือคุณภาพของผลผลิตก็ดีขึ้นตามลำดับ โดยเนื้อฝรั่งที่ได้ระหว่างการใช้สารเคมี กับการใช้น้ำหมักชีวภาพ ก็จะแตกต่างกันด้วย

ส่วนเทคนิคที่จะทำให้ฝรั่งคุณภาพดี นอกจากจะใช้น้ำหมักชีวภาพในการดูแลแล้ว เกษตรกรต้องคัดเลือกผลผลิตไว้เพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะจะช่วยทำให้ต้นแข็งแรง ไม่โทรมจนเกินไป

ปัจจุบันฝรั่งปลอดสารเคมี กำลังเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้รักสุขภาพ ทำให้ขายได้ราคาดี ขายส่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 ถึง 40 บาท เมื่อไม่มีต้นทุนจากการใช้สารเคมี กำไรที่ได้ก็เต็มเม็ดเต็มหน่วย เป็นอีกหนึ่งเทคนิคดีๆ สำหรับการทำการเกษตรที่ข่าวเกษตรนำมาฝากคุณผู้ชมในวันนี้